วันพุธที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2558

วัคซีนแห่งความผิดหวังในเด็กรุ่นปัจจุบัน

เด็กปัจจุบัน ไม่ได้ฉีดวัคซีนแห่งความผิดหวัง
ลูกขออะไร พ่อแม่พยายามหาให้หมด
เมื่อลูกโตขึ้น พ่อแม่อาจจะไม่สามารถให้อะไรได้ทุกอย่าง อาจจะเจอเหตุการณ์ถูกแฟนปฏิเสธ ถูกครู ถูกเพื่อนปฏิเสธ
เมื่อไม่มีวัคซีน ทำให้กลายเป็นคนอ่อนแอ เจอความผิดหวังแล้ว รับไม่ไหว ไม่มีความอดทน เอาแต่ใจตัวเอง
เด็กหลายคน ถูกต่อว่าในเรื่องเล็กๆน้อยๆ กลับถึงขั้นฆ่าตัวตาย

พ่อแม่ต้องหัดฉีดวัคซีนแห่งความผิดหวังบ้าง
ต่อไป ไม่มีใครรู้ว่า เด็กจะต้องไปเจอความผิดหวังอะไรบ้าง แล้วจะฆ่าตัวตายรึเปล่า

อ.เสรี วงษ์มณฑา พูดในรายการ เสรีดราม่า


การที่ลูกจะเติบโตขึ้นมาเนี่ย ลูกไม่ได้เติบโตเอง ลูกมีพ่อมีแม่ เพราะฉะนั้น พ่อแม่จะต้องสอนลูก เพราะว่า โลกภายนอก ไม่ได้สวยสดงดงามเหมือนที่ลูกเจอกับพ่อแม่ ลูกจะเจอกับความผิดหวัง เพราะฉะนั้น ต้องให้ลูกมีวัคซีนแห่งความผิดหวัง ไม่เช่นนั้น ถ้าลูกผิดหวัง อาจจะถึงขั้นฆ่าตัวตายได้ เริ่มต้นอย่าตามใจลูกทุกเรื่อง แต่การปฏิเสธทุกครั้ง จงมีคำอธิบายให้พร้อม..."
อ.เสรี วงษ์มณฑา พูดในรายการ เสรีดราม่า
27 ก.ย.2558

รำพันชีวิต บนความแตกต่าง สองทาง

รำพันชีวิต บนความแตกต่าง สองทาง
คนหนึ่งพร้อมที่จะช่วยเหลือเสมอ เป็นผู้ให้เสมอมา
ในขณะที่อีกคน ถูกเลี้ยงดูมาอย่างสุขสบาย ไม่ค่อยได้ต่อสู้ ทำงานอะไรมากนัก ไม่เคยมีวัคซีนแห่งความผิดหวัง
เมื่อวันหนึ่ง ชีวิตเปลี่ยน จากที่เคยสุขสบาย มีเงินทองมากมาย..
..กลับกลาย จนหมดตัว ไม่เหลืออะไรเลย จนต้องมาอาศัยบ้านแม่ และพี่สาว

ด้วยความเคยชิน จีงไม่ค่อยอยากจะลงมือทำอะไร ไม่ค่อยได้คิด
ใช้เวลากับการเล่นโทรศัพท์ อินเตอร์เนต แชทไลน์ จนเพลิน

หลังจากวันเวลาผ่านไปเรื่อยๆ จนใกล้จะครบปี แต่ไม่ได้ลงมือทำมาหากินอะไร
คนหนึ่งพยายามพูดให้กำลังใจ หาหนทางที่จะทำมาหากินให้
แต่อีกคน ยังกล้าๆกลัวๆ แล้วก็ท้อถอย ไม่กล้าที่จะทำมาค้าขายด้วยตัวเอง

เมื่อลงมือทำขนม ก็ยังทำไม่ดีพอ มือหนัก ทำของเสีย เลยไม่กล้าทำ กลัวเสียของ

การเรียนรู้ก็ต้องมีทั้งความสำเร็จและไม่สำเร็จ
กว่าจะทำกับข้าว ทำขนมอร่อย ก็ต้องมีประสบการณ์
ถ้าไม่มีประสบการณ์ แล้วจะรู้ จะเก่งได้อย่างไร

..สิ่งที่มันมาก จนเสียสมดุล ก็มักจะทำให้ทุกฝ่าย เดือดร้อน เป็นทุกข์...
.... เหนื่อย เพลีย อึดอัด อยากตาย อยากหนีไปให้ไกลๆ
ยิ่งมากคน ก็ยิ่งมากความ...
ต่างคน ยังมีความต้องการ มีความเห็นแก่ตัว มีกิเลส ...
.. ยากที่ใครจะทำอะไรให้ถูกใจอีกคน ได้ทุกๆอย่าง
บางที อาจจะมีคำถามว่า สมดุล และความพอดี อยู่ตรงไหน

นั่นสินะ คนหนึ่ง เป็นผู้ให้ อีกคนก็เป็นแต่ผู้รับ ไม่เคยมีโอกาสได้ให้...
เพราะไม่กล้าที่จะลงมือทำอะไร จึงไม่มีกำลังทรัพย์ ที่จะให้อะไรใครๆได้
แล้วสารพันปัญหาที่สะสมไว้ ก็เริ่มออกผล ต้องมาตามแก้ไขปัญหาที่ซุกเอาไว้
กลายมาเป็นความทุกข์ในวันนี้
ทุกข์ ที่จะต้องตามแก้ปัญหาที่สร้างไว้

ในยามทุกข์ยาก หลายคนเข้าถึงสัจธรรมความเป็นจริง..
แต่ก็มีอีกหลายคน พยายามที่จะหลอกตัวเอง หาจุดที่ตัวเองอยู่สุขสบาย

วิธีที่หลายคน เลือกใช้ เมื่อมีเงินน้อย และไม่อยากรบกวนใคร
ก็ลดในส่วนของงตนลง...

แต่ก่อนเคยกินมาก ก็ลดการกินลง
ทำอาหารไม่น่ากิน ไม่อร่อย เพราะไม่ได้ตั้งใจทำ ไม่ได้ใส่ใจทำ
ก็หลีกเลี่ยง ไม่อยากจะทำ ไปทำอย่างอื่นเสีย...

พยายามจะลดปัญหาหนึ่ง แต่ดันไปเกิดปัญหาใหม่ ไปเรื่อยๆ..
ใครเจอแบบนี้ ยิ่งจะอึดอัด อยู่ยากขึ้นทุกวัน..
อยู่ไปก็เหมือนไฟเผาทั้งเป็น.... ร้อนๆๆๆ
อยากจะขยับขยาย ออกไปที่อื่น แต่ก็ยาก เพราะไม่เหลืออะไรเลย ทั้งทรัพย์สิน เงินทอง

..แล้วเมื่อไหร่ปัญหาจะจบลงซะที
..แล้วเมื่อไหร่ คนที่คอยช่วย คอยให้เสมอมา จะมีความสุขกาย สบายใจเสียที
..แล้วเมื่อไหร่ พี่น้องคนอื่นๆ ที่ยังมีทุกข์ จะพึ่งตนเองได้ เลิกคิดที่จะมาเบียดเบียนซะที
..แล้วเมื่อไหร่จะหายเหนื่อยซะที

กี่ปีแล้ว ที่หาคำตอบ ให้คำถามเหล่านี้ไม่ได้
..หรือจะต้องคอบช่วยเหลือ โอบอุ้ม จนหมดลมหายใจ
. หลังจากนั้น จะเป็นอย่างไรต่อไป ก็สุดแท้แต่ชะตากรรมของแต่ละคน .. อย่างนั้นหรือ

เป็นคำถามที่หาคำตอบยากจริงๆ...
ถ้าเป็นคนอื่นๆ คงมีคำตอบ ตามหลักคิด หลักทฤษฎีที่ดีๆมากมาย
แต่ถ้าไม่เจอกับตัวเอง ไม่รู้หรอก ว่ามันแก้ไขยากแค่ไหน

ไม่ใช่เผด็จการ ที่จะสั่งได้ทุกอย่างที่ต้องการ
ไม่ใช่เผด็จการ ที่จะไม่คิดถึงหัวจิตหัวใจ
ไม่ใช่เผด็จการ ที่จะไร้ซึ่งความปราณี

มองชีวิตไป ก็คงเหมือนวงล้อ ที่หมุนไปแล้ว หมุนกลับมาจุดเดิม..
นี่คงเป็นวงล้อของชีวิต..
.เมื่อไหร่จะออกจากวงล้อของชีวิตนี้ได้
วงล้อแห่งปัญหา...
.. หรือ จนกว่า ลมหายใจ จะสิ้นสุด
ถึงจะออกจากวงล้อของปัญหานี้ได้..

ส่วนใครที่อยู่ในวงล้อ ก็อยู่กันต่อไป...

ทุกสิ่ง ทุกอย่าง มีขอบเขต มีข้อจำกัด
มีจุดสิ้นสุด...
..หลายคน มองหาจุดสิ้นสุด มองไม่เห็น
ไม่รู้ว่า มันอยู่ตรงไหน
ปัญหา อุปสรรคที่เห็น มันช่างยาวไกล ..แสนไกล ดูไม่สิ้นสุด...

เหมือนเส้นทางที่ทอดยาวไกล ไปสุดขอบฟ้า
ในความเป็นจริง คนเราสามารถเดินทางไปได้ถึงเพียงแค่จุดหนึ่ง
จุดที่เราไปได้...
จุดที่เป็นไปได้..

บางคน มองจุดที่ต้องการไป มันไกลเกินไป ...
ไปยังไง ก็ไปไม่ถึง...
คงไปถึงได้เพียงจุดหนึ่ง ที่น่าจะเป็นจุดที่เหมาะสมที่สุด
เป็นจุดที่สามารถเดินทางไปถึงได้..
..หากฝืนเดินทางต่อไป แต่ไม่พร้อม ก็จะพบกับความทุกข์ยากลำบาก...

แต่หลายเรื่อง ความทุกข์ยากลำบาก เป็นสิ่งที่ต้องฝ่าฟัน เพื่อความสุขสบายที่ปลายทาง
แต่คนเรา ก็ต้องมีเป้าหมายที่จะเดินไป

รู้ว่า กำลังทำอะไร
รู้ว่า กำลังทำเพื่อใคร
รู้ว่า กำลังอยู่ที่จุดไหน
รู้ว่า กำลังจะเดินไปในทางทิศใด
รู้ว่า ต่อไป จะเป็นอย่างไร

แต่คนเรา ไม่รู้.. จึงใช้ชีวิตแบบปล่อยวันเวลาให้ผ่านไปเรื่อยๆ
ไม่รู้ ว่า ชีวิตกำลังจะทำอะไร อยู่ที่จุดไหน ต่อไปจะเป็นอย่างไร
.. แล้วจะทำอย่างไร ให้ความหวังนั้น เป็นจริง...

หลายคน อยู่กับความหวัง ความฝัน ที่งดงาม
แต่ไม่รู้ว่า จะทำอย่างไรให้เป็นจริง
ได้แต่รอคอย ให้โชคชะตา เข้ามาหา.. เข้ามาเคาะที่หน้าประตูบ้าน

ชีวิตจึงต้องรอ... ต่อไป..เรื่อยๆ...

ตัดสินเพียงได้เห็นเพียงส่วนเดียวจากหนัง "อาบัติ"

กระแสดราม่า ตัดสินเพียงแค่ได้เห็นเพียงส่วนเดียว จากหนังอาบัติ

"หนังอาบัติ" ทำลายความศรัทธา

ผู้สร้า ผู้กำกับงบอกว่า ได้สอดแทรกหลักธรรมคำสอน มีเจตนาที่ดี

เรื่องย่อ เด็กหนุ่มอายุ 19 เกเร พ่อแม่เอาไม่อยู่ เลยจับมาบวช ทั้งที่ไมได้ศรัทธา จนมาเจอฝ้าย และมีเพสสัมพันธ์กัน ฉากค่อนข้างล่อแหลม

อ.เสรี ถ้าดูแล้ว ดูจนจบ สรุปว่า มันไม่ดีใช่มั้ย
ในนั้นมีการตำหนิคำสอนทางพระพุทธศาสนาว่า มีอะไรผิดมั้ย ไม่มี แสดงว่า ไม่ได้ทำให้ศาสนาเสื่อม
พระสงฆ์บางรูป ทำตัวผิด เหมือนในหนัง

มองว่า หนังเรื่องนี้ สะท้อนความเป็นจริงที่เกิดขึ้นป
ปัญหาที่เกิดขึ้นคือ พระเอกที่เลือก นับถือศาสนาคริสต์ เลยเป็นประเด็นโจมตี เอามาพูดได้

1.เรื่องที่เค้าทำในหนัง มีจริงมั้ย

.การกระทำในหนัง ผิดมั้ย
3.ในหนัง ไม่มีตรงไหนที่ตำหนิพระพุทธศาสนา แต่ตำหนิ ผู้ที่ปฏิบัติผิดคำสอน ผิดกฏ
การเอาคนที่ไม่อยากบวช ไปบวช ทำให้เกิดเรื่อง

ช่วยกรุณาไปดูหนังให้จบก่อน แล้วถึงมาคัดค้านสิวะ

ถ้าหนังสรุปว่า ศาสนาอื่น นักบวชมีเมียได้ แบบนี้ สมควรต่อต้านอย่างยิ่ง

ทางเลือกชีวิต

ทางเลือกของชีวิต

หลายครั้งที่มีคนคาดหวังจะให้เราทำสิ่งนั้นสิ่งนี้ คิดว่า ตัวเรามีความสามารถที่จะทำงานชิ้นนั้นได้ คนที่คาดหวัง จึงพยายามผลักดัน และช่วยสนับสนุนอย่างเต็มที่

แต่คนที่จะรู้ดีว่า จะทำได้แค่ไหน ก็คือ ตัวของเราเอง

สำหรับคนที่ไม่เคยทำอะไร ไม่เคยลงมือทำงาน ไม่เคยลุกขึ้นสู้ ไม่กล้าทำมาค้าขาย หากจะให้หัดทำมาค้าขาย คงจะทำใจยากสักหน่อย จะมีความเขินอาย มากน้อยเพียงใด ขึ้นอยู่กับพื้นฐานของจิตใจของเขาคนนั้นด้วย

มีหลายคนที่เฝ้ามองและจับตามองอยู่ ปากคนนั้น ช่างพูดช่างนินทา สารพัด เมื่อคนที่ถูกนินทา ได้ยินแล้ว คงจะรู้สึกตัวชา หูชาอย่างบอกไม่ถูก

แต่ในสภาวะแบบนั้น คนที่กำลังจิตตก จะคิดถึงแต่ตัวเองเป็นหลัก ใครพูดอะไรมา แม้จะเข้าหูบ้าง แต่เวลาที่อยู่กับตัวเอง นอนคิดอะไรเอง จะเชื่อเสียงจากตัวเองมากกว่า

ถ้าคิดว่า ตัวเองแย่ ไม่เอาไหน ความคิดที่ตอกย้ำซ้ำแล้วซ้ำเล่า ก็จะคิด ย้ำว่า ตัวเองเป็นอย่างนั้น
คิดว่าตัวเองไม่ไหว ทำไม่ได้ ไม่อยากทำให้งานเสีย ก็จะคิดอย่างนั้น แล้วก็ท้อ ไม่กล้าทำอะไร

แบบนี้ ทำให้คนที่คอยช่วยเหลือ พยายามหาทางทำมาหากิน ต้องคิดหนัก กดดัน และท้อไปด้วย

ไปๆมาๆ คนที่พยายามช่วย ก็ต้องเครียดด้วย...

นอกจากคนที่ไม่เคยทำอะไร ต้องเครียดแล้ว คนที่พยายามช่วย ก็ต้องมาเครียดตามไปด้วย...

ทำเอาจิตตกกันทั้งบ้าน.. เซ็งว่ะ

ทางเลือกและโอกาสที่จะต้องค้นหาและลงมือทำ..
การค้นหาทางเลือก เป็นสิ่งแรกที่ยากเหมือนกัน เพราะหลายคนที่ท้อ มักจะคิดอะไรไม่ออก มองอะไรไม่เห็น จึงต้องการคนที่ให้คำแนะนำ ปรึกษาหารือ และให้กำลังใจในการที่จะฟันฝ่าอุปสรรคไปให้ได้

วันอังคารที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2558

สุขภาพจิต ไม่ดีเท่าที่ควร เมื่อน้ำใจที่มีให้เต็มที่ แต่ผลตอบแทนไม่ได้ดังใจ

สุขภาพจิต ไม่ดีเท่าที่ควร เมื่อน้ำใจที่มีให้เต็มที่ แต่ผลตอบแทนไม่ได้ดังใจ

ทำไมนะ ใครบางคนถึงท้อแท้ ท้อได้ตลอดกาล
หนักไม่เอา เบาไม่สู้...

"ก็เพราะที่ผ่านมา เป็นคนที่เห็นแก่ตัวยังไงล่ะ"
"เฮ้อ"

สุขภาพจิตที่ดี เป็นสิ่งที่หายากขึ้นทุกวัน เมื่อตลอดชีวิตที่ผ่านมา ลงมือทำอะไรมากมาย เพื่ออยากให้เกิดสิ่งที่ดีๆขึ้นมา แต่เมื่อต้องมาอยู่ในสังคมที่มีแต่คนเห็นแก่ตัว
ผลตอบรับที่ได้มา จึงเป็นอย่างที่พบเจอ

ทำอะไร ก็ดูเหมือนจะเจอแต่สิ่งที่บั่นทอนกำลังกายและใจมาตลอด

ชีวิตหนอชีวิต มันอะไรของมันกันล่ะ

วันจันทร์ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2558

หรือความรักจะเป็นตัวบั่นทอนทุกสิ่ง

หรือความรักจะเป็นตัวบั่นทอนทุกสิ่ง

"พูดถึงความรัก มีแต่สิ่งที่งดงาม สดใส ทำไมถึงบอกว่า รักจะเป็นตัวบั่นทอนทุกสิ่ง จริงเหรอ แล้วแบบนี้ จะมีความรักไปเพื่ออะไร "

หลายครั้ง ถ้ามีข้อความที่ขัดแย้งกับความรู้สึกของหลายคน ก็จะมีคนไม่ชอบ ต่อต้าน ไม่เชื่อถือ ไม่ให้ราคา ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว ทุกสิ่งทุกอย่าง มักจะมีสองด้าน สองมุมอยู่เสมอ

มีด้านบวก และด้านลบ

ความรัก ก็เช่นกัน มีทั้งสองมุม มุมที่งดงาม และไม่งดงาม

ในยามที่รักใคร่ ดีต่อกัน ทุกสิ่ง ดูสวยงามไปหมด แต่ในยามขัดแย้ง ไม่พอใจ ทุกอย่างดูเลวร้ายไปหมด

ความรัก นอกจากจะเป็นตัวที่ช่วยส่งเสริมกันและกันแล้ว ก็ยังเป็นสิ่งที่บั่นทอนทุกสิ่งทุกอย่างด้วยเช่นกัน

ในยามที่เกิดความรัก คนสองคนตั้งใจที่จะสร้างครอบครัว อยู่ด้วยกัน ใช้ชีวิตร่วมกัน แต่เมื่อเวลาผ่านไป อีกฝ่าย ไม่ทำให้เกิดความมั่นใจ ไม่มีแนวโน้มที่จะทำให้ความรักนั้น เป็นไปอย่างที่ฝัน

การที่คบกันไปนั้น จะกลายเป็นการบั่นทอนทุกๆสิ่งในชีวิตได้เช่นกัน

เมื่อฝ่ายแรก ไม่ทำให้ฝ่ายหลังเกิดความมั่นใจ ฝ่ายหลังต้องอึดอัด รอคอยไปเรื่อยๆ แบบมองไม่เห็นอนาคต ต้องทะเลาะกัน ไม่ลงรอยกัน คบกันไป ยิ่งทำให้ความรู้สึกแย่ลง...

... เมื่อฝ่ายหลัง ขอเลิกคบ แต่ฝ่ายแรก ทำใจไม่ได้ เพราะยังรักอยู่ และตั้งใจที่จะสร้างอนาคต จะออกไปทำงาน ได้เงินเดือนที่สามารถนำมาปลดหนี้สินได้ และอยู่ร่วมกันได้

วันเวลาก็ผ่านไปเรื่อยๆ หลายเดือน หลายสัปดาห์...

เรื่องนี้ คนสองคนคงต้องให้คำตอบ และความชัดเจนแก่กันแล้วล่ะ เชื่อมั่นว่า ฝ่ายแรก มีความตั้งใจที่จะใช้ชีวิต สร้างครอบครัวกับฝ่ายหลัง แต่ปัญหาอุปสรรคที่เกิดขึ้น จากวันเวลาและการตัดสินใจในอดีต .. พันธะ บ่วง ภาระที่เป็นอุปสรรค คุณสามารถแก้ไขได้หรือไม่ และวันเวลาที่ผ่านมา ได้พยายามแก้ปัญหาอุปสรรคได้สำเร็จหรือไม่

อะไร คือ สิ่งที่ทำให้ความรักสะดุด หยุดลง ไม่ก้าวเดิน

ทุกคน มีความหวัง หวังไว้ว่า ปัญหาอุปสรรค จะผ่านพ้นไปได้ แต่ในความเป็นจริง กับความหวัง หลายเรื่อง มันสวนทางกันเสมอ

การตัดสินใจ หลายครั้ง มี สิ่งที่ทำให้ ต้อว ชะลอการตัดสินใจ หรือ ทำให้การตัดสินใจ จะต้องเปลี่ยน เป้าหมายไป เปลี่ยนทั้งระยะเวลา และชีวิต...

ความรักที่สดใส อาจจะเป็นตัวบั่นทอนทุกๆสิ่งก็ได้ เพราะคนๆหนึ่ง ย่อมต้องเกี่ยวข้องกับหลายๆคน ต้องกิน อยู่ อยากได้ มีภาระผูกพัน มีหนี้สิน ที่ต้องชดใช้อีกมากมาย

มีหลายคนที่รักกันมาก แต่สุดท้ายไม่ได้อยู่ด้วยกันก็มี.. จำเป็นต้องเลิกรากันไป

แต่อีกหลายคู่ ก็เพียรพยายามที่จะฝ่าฟันอุปสรรค แม้จะยากลำยากเพียงใด ก็ไม่เคยท้อถอย...

ถ้ามีความตั้งใจ มีความเพียรพยายาม ก็ต้องพิสูจน์ตัวเอง กับปัญหาอุปสรรคนั้นๆ ผ่านพ้นให้ได้

ถ้าไม่ได้ ก็คงต้องยอมรับ ยอมร้างลา.

.

หนึ่งความประทับใจในยามลำบาก จดจำไปตลอดกาล

หนึ่งความประทับใจในยามลำบาก จดจำไปตลอดกาล

ในยามที่ยากลำบากที่สุด เป็นช่วงเวลาที่พิสูจน์หัวใจของคน ได้เป็นอย่างดีที่สุด

พิสูจน์ได้ว่า ใครคนนั้น เป็นคนที่รักห่วงใยเรามากแค่ไหน หรือ ไม่แคร์เลยแม้แต่น้อย

เห็นแก่ตัวเองเป็นใหญ่...

ในยามที่ใครคนหนึ่ง ยากลำบากที่สุด เมื่อคนที่สามารถช่วยเหลือได้ เหยียบย่ำซ้ำเติม ทางคำพูด และการกระทำ สิ่งนั้น จะถูกจดจำไปตลอดกาล

เมื่อวันหนึ่งข้างหน้า คนที่เหยียบย่ำ กลายเป็นคนตกทุกข์ยากลำบากบ้าง แล้วกู่ร้องขอความช่วยเหลือ อยากจะให้ดูแล ปฏิบัติต่อเค้าคนนั้นอย่างดีๆบ้าง แต่เมื่อไม่ได้รับการเอาใจใส่อย่างที่หวังไว้ จะมาร้องแรกแหกกระเชอก็ คงต้องปล่อยให้ร้องไป ..

เพราะในอดีต คุณเคยทำไม่ดีกับเค้าอย่างไรบ้างล่ะ

วันเสาร์ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2558

ผลจากการร่วมใจทำงาน ปลุกให้ยืนได้ด้วยตัวเอง.. กล้วยฉาบ

ผลจากการร่วมใจทำงาน ปลุกให้ยืนได้ด้วยตัวเอง
เมื่อเห็นพี่น้อง ได้ช่วยกันทำกล้วยฉาบ ปลอกกล้วย ช่วยกันสไลด์กล้วยด้วยกัน เพื่อทำกล้วยฉาบสูตรใหม่ ใส่งา

เห็นแล้วชื่นใจ ในความพยายาม และความตั้งใจทำงาน ถึงแม้ว่า ที่ผ่านมา ผู้เป็นน้องอาจจะกลัว ที่จะทำงาน หวาดกลัวที่จะเริ่มต้นใหม่ ไม่มั่นใจในตัวเองหลายอย่าง

ความพยายามที่จะปลุกให้ผู้เป็นน้อง ลุกขึ้นสู้ ลุกขึ้นยืนด้วยตัวเองนั้น สำคัญยิ่งนัก

มีหลายต่อหลายครั้งที่ผู้เป็นน้อง มีความคิด ความฝันอยากจะทำมาหากินในช่องทางต่างๆ คราวแรกที่พูดออกมา มีความกระตือรือร้นสูง แต่เวลาผ่านไปไม่นาน เกิดหวาดหวั่น คิดว่า จะไหวเหรอ

เรื่องการทำให้ยืนได้ด้วยลำแข้งตัวเอง อาจจะต้องใช้ความอดทน ใช้เวลาพอสมควร แต่ผลที่ได้ในระยะยาว คุ้ม

เพราะคงไม่มีใครที่จะสามารถโอบอุ้ม อีกคนได้ตลอดไป และตลอดกาล...

วันศุกร์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2558

อย่าถอดใจ เมื่อทำธุรกิจค้าขาย..

สำหรับคนที่ยังไม่เคยทำอะไร เมื่อเริ่มต้นลงมือทำงาน ทำมาหากิน เจออุปสรรค อาจจะทำให้ท้อแท้ ท้อถอยไปบ้าง แต่ก็ต้องอดทน สู้ต่อไป

เพราะไม่มีใครที่จะสามารถโอบอุ้มได้ตลอดเวลา และตลอดไป

เราต้องพึ่งพาตัวเอง และยืนได้ด้วยตัวเอง

เช่น ทำขนม ไปฝากขายกับร้านค้าในตำบล ขายในราคาส่ง ซึ่งพูดคุยตกลงกับทางเจ้าของร้านนั้นแล้ว ตอนเย็น เอาไปวาง เจ้าของร้านให้จัดวางสินค้าเอง คนทำขนม เลยลองเอาไปจัดวางที่เค้าเตอร์ที่จ่ายเงิน ซึ่งเป็นจุดเด่น ที่เห็นสินค้าได้ชัดเจน พอถึงเช้าวันใหม่ คนทำขนมแวะไปซื้อสินค้าในร้านนั้น แล้วมองดูขนมที่เอามาฝากขาย ปรากฏว่า เจ้าของร้านเอาขนมของเธอ ไปวางไว้ชั้นล่าง แล้วเอา ขนมที่เจ้าอื่น มาฝากขาย ที่รับมาก่อน เอามาวางที่บนเคาร์เตอร์จ่ายเงิน

เจ้าของร้านมองตามสายตาคนทำขนม ก็รีบบอกว่า อยากจะขายขนมอันเก่าให้หมดก่อน เดี๋ยวมันจะหมดอายุ พอหมดแล้ว จะเอาขนมอันใหม่มาวาง

อือม.. คนทำขนม ก็คิดล่ะ แต่ก็เข้าใจ เพราะเจ้าของร้าน จะตัดสินใจวางตรงไหนก็ได้ จึงพูดตรงๆว่า ถ้าอึดอัด เกรงใจ ให้บอกมาตรงๆนะ ถ้าค้าขายแล้วอึดอัด เกรงใจ แบบนี้ ไม่ดี กินใจ คาใจ กันไปเปล่าๆ

เช่นเดียวกับการยืมงิน เป็นหนี้สิน ไม่อยากให้เป็นหนี้ เพราะต่อไป จะพูดคุยกันไม่สนิทใจ เข้าหน้ากันไม่ได้ ต้องหลบหน้าหลบตา หากไม่มีเงินใช้หนี้สิน เรื่องเงินต้องชัดเจน อยากจะคบกันนานๆ จึงไม่อยากให้มีหนี้สินต่อกัน...

"ถ้าคิดจะค้าขายกัน ระยะยาวๆ ต้องเผื่อรับ เผื่อรุกด้วย ยอมรับได้ทั้งกำไร และขาดทุน"
"สำคัญมาก ต้องพร้อมยอมรับสิ่งที่จะเกิดขึ้นทุกอย่าง"

"ทำการค้าขาย ต้องเป็นคนกระตือรือร้นอยู่ตลอดเวลา"
"ค้าขายในหมู่บ้าน ในตำบล พอเปิดร้านค้า ก็จะมีคนทำขนม ทำแซนวิช มาติดต่อขายในราคาขายส่ง บางคนก็ทำกล้วยฉาบมาฝากขาย หลายคนพยายามทำอาชีพเสริม หารายได้เพิ่ม แซนวิช กล้วยฉาบ ขนมต่างๆนี่ ก็มีคนทำหลายเจ้านะ"

"ที่ร้านนึง กล้วยฉาบนี่ มีคนจากอำเภอนึง ทำกล้วยฉาบมาส่ง ที่ร้าน ทำมาส่งขาย 20 ถุง ราคาถุงละ 8 บาท ขับรถกระบะ มาส่งที่เดียวนี่นะ ลองคิดดูว่าคุ้มมั้ย แต่เค้าก็พยายามที่จะหารายได้เข้าบ้านของเค้า"
"มีคนลำบากกว่าเราเยอะแต่ เค้าก็พยายามสู้ ไม่ท้อ พยายามทุกทางในการทำอาชีพเสริม"

"ท้อ ไม่ถอย คอยดูก็แล้วกัน รางวัลของคนล่าฝัน นั้นยังไม่ไกล
แพ้ ไม่สำคัญ หากว่ายังมีกำลังใจ พิสูจฯ์ธาตุแท้หัวใจ.. นักสู้"

วันพฤหัสบดีที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2558

ความเครียดที่ต้องควบคุมสติ

ความเครียดที่ต้องควบคุมสติ

ในปัจจุบัน มีเรื่องราวที่ทำให้เกิดความเครียดหลายเรื่อง ทำเอาหลายคน เกิดอาการ "สติแตก" ทำให้ลงมือทำอะไร ตัดสินใจอะไนผิดพลาดไปหมด จากเรี่องเล็กๆ อาจจะลุกลามกลายเป็นเรื่องใหญ่ได้

หลายเรื่อง เล็กนิดเดียว แต่เมื่อเกิดความเครียด เกิดจิตตก สติแตก ทำให้หลายคน คิด พูด และลงมือกระทำในสิ่งที่ทำให้สถานการณ์ย่ำแย่ลงกว่าเดิม

ดังนั้นการควบคุมสติ เป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ เป็นสิ่งที่จะตัดสินว่า จะทำให้สถานการณ์ย่ำแย่ลง หรือ ดีขึ้น ...

หลายเรื่องที่เกิดขึ้น ถ้ารู้จักควบคุมสติ ใช้สติให้เหมาะสม เรื่องก็จะไม่บานปลายใหญ่โต

อย่างเช่น กรณีที่เกิดอุบัติเหตุ คู่กรณีต่างต้องการให้ฝ่ายตน ได้เปรียบมากที่สุด มีหลายกรณี อุบัติเหตุ เกิดเพียงแค่การเฉี่ยวชนนิดเดียว มีแค่รอยแมวข่วนเล็กๆ เท่านั้น ถ้าฝ่ายหนึ่งเอาแต่ตั้งหน้าตั้งคาเรียกร้องค่าเสียหาย คุณอาจจะเสียอะไรไปมากกว่านั้น

ลองคิดดูสิ ในขณะที่คุณกำลังขับรถ คุณกำลังมุ่งหน้าไปทำธุระของคุณไปยังจุดหมายปลายทางที่ตั้งใจจะไป ถ้าคุณถึงที่หมาย คุณจะได้งาน ได้ทำงาน และได้ผลสำเร็จของงานตามที่ตั้งใจไว้ ถ้าเป็นการค้าขาย ไปคุยกับลูกค้า คุณก็คงจะได้ลูกค้า ได้ขายสินค้า ได้เงิน ได้กำไรมามากมาย แต่เมื่อเกิดอุบัติเหตุ แค่รถเฉี่ยว ได้รอยแมวข่วนนิดๆ คุณมันแต่เสียเวลาเรียกร้องค่าเสียหาย ตามเรื่องตามราวให้ถึงที่สุด คุณอาจจะเสียลูกค้าที่กำลังรอคุณอยู่ และเสียโอกาสในการขายสินค้าอีกหลายๆครั้ง เพียงเพราะคุณควบคุมสติไม่ได้ เพียงครั้งเดียว

ทุกปัญหามีทางออก เพียงแค่ตั้งสติ เพื่อจัดการแต่ละเรื่องอย่างเหมาะสม กรณีเกิดอุบัติเหตุ คุณก็ควรดำเนินการไปตามสิทธิ์ที่ทำได้ แต่ต้องไม่เสียงานที่คุณกำลังจะเดินทางไปทำด้วยนะ

ความเปลี่ยนแปลงที่ต้องกล้าและเปิดใจยอมรับ

ความเปลี่ยนแปลงที่ต้องกล้า และเปิดใจยอมรับ

หลายครั้งที่ต้องตัดสินใจ ทำบางสิ่งที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง บางสิ่งบางอย่าง ทำลายความคุ้นเคย ที่จะไม่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงนั้นขึ้นมา

แม้จะเป็นนิสัยของหลายคน ที่รักสนุก ชอบความสบาย และไม่ทำงานหนีก แต่สิ่งเหล่านั้น มันบั่นทอนหลายสิ่งหลายอย่าง เพราะมนุษย์ เกิดมามีอวัยวะ 32 ครบ อวัยวะที่มีไว้เพื่อทำงาน และสร้างสิ่งต่างๆขึ้นมา สร้างขึ้นมาให้ใช้ แต่ถ้าไม่ค่อยได้ใช้ รักความสุข ความสบาย อวัยวะ เหล่านั้นๆ ก็จะค่อยๆ ฝ่อลง....

สำหรับคนที่ไม่ค่อยลงมือทำมาหากิน ไม่กล้าที่จะทำอะไร บางครั้งก็จะต้องใช้เวลา เพื่อกดดัน เปลี่ยนพฤติกรรม ให้เกิดความกล้าหาญ ที่จะลุกขึ้นมา..ทำ

เมื่อหลายสิ่ง มันถึงที่สุด สุดๆแบบจะหมดเนื้อหมดตัว ไปไม่ไหว ไปไม่ได้แล้ว นั่นอาจจะเป็นส่วนหนึ่งของพลังผลักดันทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลง

สะกิดต่อมความจำ เพลงเป็นยักษ์เป็นมาร

สะกิดต่อมความจำ เพลงเป็นยักษ์เป็นมาร

"กลายเป็นบ้าเป็นบอ กลายเป็นท้ออะไรนักหนา กลายเป็นเสียเวลา เป็นปัญหาไปหมดเล้ย......
กลายเป็นยักษ์เป็นมาร กลายเป็นฉันอารมณ์ไม่ดี คำว่ารักไม่มี แค่คบกันไป ไม่เข้าใจหรอกเธอ"

ฟังเพลง "เป็นยักษ์เป็นมาร" เพลงที่สองหน้าเอ ในชุดจินตนาการ ของอัสนี วสันต์
ผลงานเพลงที่ไม่ใช่เพลงฮิตที่ติดชาร์ท แต่เป็นเพลงสนุกๆ ที่ต้องหาฟังในอัลบั้ม และแฟนเพลงของอัสนี วสันต์ที่จะรู้จักเพลงๆนี้

"แต่บางที คนที่เป็นแฟนเพลง ก็ลืมชื่อเพลงนี้ไปแล้ววตามกาลเวลา ถ้าไม่หยิบมาเปิดฟัง ก็จะนึกชื่อเพลงนี้ไม่ออก"

วันเวลาที่ผ่านไป อาจจะทำให้ลิ้นชักความทรงจำ ถูกปิดไว้ชั่วคราว จนกว่าจะเปิดลิ้นชักออกมา จึงจะค้นพบสิ่งที่ถูกเก็บไว้

ก็คงเหมือนกับหลายสิ่งหลายอย่าง ที่มักจะถูกเก็บไว้ รอวันหยิบ รอวันเปิดขึ้นมาใช้อีกครั้ง

คงเหมือนเพลงของอัสนี วสันต์ ที่ช่วงเวลาหนึ่ง เราจะเปิดฟังบ่อยๆ พอวันเวลาผ่านไป อาจจะเริ่มเบื่อ จากการที่ได้ฟังซ้ำๆ จนชิน
เมื่อเวลาผ่านไปหลายปี ได้ยินเสียงเพลงท่อนหนึ่ง หรือ มีบางเหตุการณ์ มาสะกิดต่อมแห่งความทรงจำ ก็จะทำให้เรากลับไปหาเพลงเก่าๆ มาเปิดฟังอีกครั้ง

..

วันพุธที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2558

คนขอส้มโอ.. กับความคิดที่จะเอา..

คนมีแต่ได้ มีแต่รับ ก็อยากที่จะรับ ฝ่ายเดียว ไม่คิดอยากให้...
.. หลายคน อยากให้ แต่ ไม่มีอะไรจะให้ เพราะอัตคัตขัดสนเรื่องเงินทอง..

..แต่หลายคน ก็เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัว..
..ไม่คิดจะให้ มีแต่จะเอา..

.. ไม่คิดเกรงใจ จะเอาลูกเดียว..
.. เมื่อคนที่อยู่ท้ายซอย ขับรถผ่านบ้านที่อยู่ต้นซอย เห็นบ้านต้นซอย ปลูกส้มโอ มีลูกตลอดทั้งปี วันหนึ่ง อยากกิน ก็ด้อมๆมองๆ ยืนรอ.จะขอส้มโอ...

พอเจ้าของบ้าน กลับมาบ้าน เห็นเขามายืนมอง ก็ถาม เขาบอกอยากขอส้มโอสักสองลูก แล้วก็เดินตามเข้ามาหน้าตาเฉย โดยที่เจ้าของบ้านยังไม่อนุญาติ.รีบเดินไปยังสวนส้มโอ จะเอาส้มโอทันที..

พอเจ้าของบ้าน เห็น จะเอ่ยปากอนุญาติ แต่คนขอ ก็รีบไปที่ต้นส้มโอ จากที่จะขอ 2 ลูก เลยสอยไป 4 ลูก..

ผ่านไป 4 วัน เจ้าเก่าก็มาอีก จะมาขอส้มโอ คราวนี้ เปิดประตูเดินเข้ามาเลย พอเจ้าของบ้านเห็น ตะโกนถามว่า เข้ามาทำไม เขาบอกว่า ก็ตะโกนเรียกแล้ว เลยเดินเปิดประตูเข้ามาเอาส้มโอเฉย...
.. พอถามว่ามาทำไม ก็บอกว่าจะขอส้มโอสัก 2 ลูก แต่สอยเอา 3 ลูก ..
แบบนี้ คงจะมาขอเรื่อยๆ...

วันอังคารที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2558

เปลี่ยนความคิดใหม่ ควรจะทุ่มเทเพื่อใคร



คำพูด การกระทำ อารมณ์ ความรู้สึกของคนวัยเดียวกัน มีประสบการณ์ ความคิดใกล้เคียงกัน อาจจะเปลี่ยนความคิดของอีกคนหนึ่งได้เช่นกัน

ในครอบครัวหนึ่ง ผู้เป็นคุณย่า กับคุณปู่ ได้วางแผน จัดเวลา สลับสับเปลี่ยนเพื่อที่จะเข้าไปช่วยลูกชายและลูกสะใภ้เลี้ยงหลาน ใน กทม ด้วยความที่อายุมาก อยู่ในวัยเกษียณแล้ว เป้าหมายของชีวิตที่ต้องการ ต่างจากคนวัยทำงาน ที่มีเป้าหมายอยู่ที่การสร้างเนื้อสร้างตัว หาเงินให้ได้เยอะๆ ไขว่คว้าตำแหน่ง หน้าที่การงานและความสำเร็จให้สูงขึ้นเรื่อยๆ

แต่สำหรับผู้ที่อยู่ในวัยเกษียณ จะต้องการพุ่งสู่เป้าหมายเหมือนคนวัยทำงานไปทำไมกัน...

เป้าหมายของคุณปู่ คุณย่านั้น คือ ต้องการทุ่มเทเอาใจใส่ ช่วยดูแลหลาน เพื่อให้หลานเติบโตมาเป็นคนดี...

เมื่อคุณย่าท่านนั้น พบเจอเพื่อนในวัยเดียวกัน ได้เล่าให้เพื่อนฟังอย่างมีความสุข ชีวิตไม่ได้ต้องการไขว่คว้าหาอะไรอีกแล้ว ต้องการเพียงแค่นี้ล่ะ

ทำให้เพื่อนในวัยเดียวกัน ที่กำลังจะตัดสินใจ ไปประชุมใน กทม เปลี่ยนความคิด ยกเลิกการไปประชุมในงานนั้น อยู่กับลูกชายและลูกสะใภ้ ก่อนที่ทั้งสองคน จะเดินทางกลับไปต่างจังหวัด...

ขอใช้เวลากับคนในครอบครัวดีกว่า...

สำหรับหลายคนแล้ว คงมุ่งมั่น ทุ่มเทให้กับงาน ความก้าวหน้าและความสำเร็จ เพื่อความมั่นคงของอาชีพ...

แต่อาจจะหลงลืม ความมั่นคงในครอบครัว การเอาใจใส่ต่อคนที่เรารัก คนที่อยู่ในบ้าน ก็มีความสำคัญเช่นกัน..

หลายคน ให้เหตุผลว่า ที่ต้องใช้เวลาทุ่มเทให้กับงาน เพื่อความก้าวหน้าและความสำเร็จนั้น... แล้วจะไม่มีเวลาสักนิดหรือ ที่จะแบ่งปันให้คนในครอบครัวบ้าง...

เมื่อถามว่า แล้วที่ทำงานมากมาย ทำงานหนักขนาดนั้น ทำเพื่อใคร?... มีคำตอบมาว่า ก็เพื่ออยากให้คนในครอบครัว สุขสบาย..

"อ้าว แล้วถ้าคนในครอบครัว อยากให้คุณมีเวลาให้กับพวกเค้าบ้าง เพื่อที่พวกเค้าจะได้มีความสุข ความสบายใจ ทำไมคุณไม่ให้เค้าล่ะ"
"เออ นั่นสิ"

"ทำงานหาเงินก็หนัก ให้เวลากับงานเต็มที่แล้ว .. แล้วจะให้เวลากับคนในครอบครัวไม่ได้เลยหรือ"
"นั่นสิ หรือว่า งาน สำคัญกว่า คนในครอบครัว"

อือม น่าคิดนะ...

เรื่องการเงินต้องใส่ใจ ทำยังไงไม่ให้เงินหมด

เรื่องการเงินต้องใส่ใจ ทำยังไงไม่ให้เงินหมด

การมีวินัยทางการเงินนี่ สำคัญนะ ยิ่งในยุคนี้ มีโฆษณา มีสื่อที่ยั่วให้จับจ่ายใช้เงิน เห็นแล้วอยากได้ อยากได้ ทุกอย่าง
แต่ มันเป็นเพียงความสุขชั่วคราว เมื่อเงินหมด เงินไม่มี คราวนี้ล่ะ วิ่งหาเงินกันทุกทาง

เมื่อมีเงิน การมีวินัยทางการเงิน เป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ การยับยั้งชั่วใจ และความมีเหตุมีผล จะช่วยทำให้ ชีวิตมีความสมดุล มีความสุขอย่างสม่ำเสมอ

เมื่อเรามีเงินในบัญชีธนาคาร ในตอนที่จำนวนเงินในบัญชีมีจำนวนสูงๆ เห็นแล้ว ยิ้ม ดีใจ แต่เมื่อถอนออกมาใช้ ถอนออกไปเรื่อยๆ เงินก็ลดลงๆๆ พอกลับมาดูสมุดบัญชี ก็ได้แต่ถอนใจ เฮ้อ ตอนนั้น น่าจะออมเงินแบบนั้นแบบนี้ น่าจะเอาไปลุงทุนอย่างนั้นอย่างนี้

แต่พอคิดได้ ก็สายไปซะแล้ว...

หลายคน หาเงินมาเก็บไว้ในบัญชีเป็นจำนวนมากมาย สะสมมานาน แต่กลับไม่มีโอกาสได้ใช้เงินนั้น...

"อ้าว ทำไมวะ เงินก็เงินของเรา ทำไมไม่มีโอกาสได้ใช้ ยังไงเราก็ต้องเป็นคนถอนเงินจากบัญชีนั้น  ยังไงเราก็ต้องใช้"
"เฮ่ย เดี๋ยวนี้เทคโนโลยีมันก้าวล้ำ เมื่อเช้า พึ่งจะมีข่าว มีโจรที่ติดเครื่องสกิมเมอร์ ที่ตู้เอทีเอ็ม แถวบางนา กทม เครื่องสกิมเมอร์ สามารถปลอมได้ทุกอย่าง เอาไปติดไว้ที่ตู้เอทีเอ็ม จะให้มีไฟกระพริบ เหมือนตู้ที่ไม่ได้ติดสกิมเมอร์ ก็ทำเลียนแบบได้ ทีนี้ คนที่มากดเงินที่ตู้นั้น ก็ถูกดูดข้อมูลในบัตร พวกโจรเอาข้อมูลไปกดเอาเงิน หลายหมื่นหลายแสนมาใช้เพลินล่ะ"

น่าสงสารจริงๆ สำหรับคนที่เก็บสะสมเงินมาแทบตาย แต่สุดท้าย มาโดนโจรแอบฉกเงินไปแบบไม่รู้ตัว

คนที่สมัครบริการ SMS แจ้งเงินเข้า เงินออกในบัญชีนั้นๆ จะรู้ความเคลื่อนไหวในบัญชี แต่คนที่ไม่ได้สมัครบริการนี้ไว้ กว่าจะรู้ว่าเงินหาย ก็ตอนไปธนาคาร ตอนที่เอาสมุดไปปรับยอดบัญชี..

พอเกิดเรื่องก็ต้องมาร้องเรียน กับทางธนาคาร ไปแจ้งตำรวจ.. กว่าจะได้เงินคืน ก็ต้องรอตามขั้นตอน

จะยังไงก็แล้วแต่เรื่องเงินทอง เราต้องใส่ใจ มีหลายคนที่ใช้การฝากเงินแบบ ไม่มีบัตรเอทีเอ็ม ไม่ใช้บัตรเครดิต เวลาที่จะถอนเงิน ก็ต้องไปเขียนใบถอนเงินที่ธนาคาร เมื่อไม่ใช้บัตรเอทีเอ็ม หรือ บัตรเครดิต ใครก็จะมาดูดข้อมูลผ่านเครื่องสกิมเมอร์ก็ไม่ได้

เดี๋ยวนี้ มีเครื่องรับฝากเงินที่หน้าธนาคาร หรือ ในห้างสรรพสินค้า ที่สะดวกมากขึ้น  แม่ค้า คนทำมาหากิน สามารถเอาเงินมาฝากผ่านเครื่องรับฝาก แล้วเอาสมุดบัญชีธนาคาร มาปรับยอดเงินผ่านเครื่องปรับยอดสมุดได้เลย ซึ่งเดี๋ยวนี้ ทุกธนาคาร จะมีเครื่อง ADM เครื่องปรับสมุดบัญชี กันทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นธนาคารออมสิน, กรุงไทย, ไทยพาณิชย์, กสิกรไทย, กรุงทพ, ธกส. ฯลฯ

มันอาจจะไม่สะดวกรวดเร็วเหมือนกับใช้บัตรเครดิต บัตรเอทีเอ็ม แต่มันปลอดภัยในยุคที่โจรไฮเทคมากมาย พร้อมที่จะแอบดูดข้อมูล ปล้นเงินของคุณไปจนเกลี้ยงบัญชีได้เลย..

ลองคิดดูนะ

บรรยากาศการปั่นจักรยาน Kalasin Car Free Day 2015 รวมพลคนปั่นจักรยาน

บรรยากาศการปั่นจักรยาน กิจกรรม Kalasin Car Free Day 2015 รวมพลคนปั่นจักรยาน วัน
https://www.youtube.com/watch?v=g_SyggcI3r8


กิจกรรม Kalasin Car Free Day 2015 รวมพลคนปั่นจักรยาน วันปลอดรถ ลดภาวะโลกร้อน ปั่นเปิดเมืองรวมพลังรณรงค์การประหยัดพลัง­งาน ทริปปั่นท่องเที่ยวหาดดอกเกดเขื่อนลำปาว โดยจังหวัดกาฬสินธุ์ ร่วมกับเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ หอการค้าจังหวัดกาฬสินธุ์ และภาคเอกชนจัดขึ้น
เมื่อ 20 กันยายน 2558

วันจันทร์ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2558

การตอกย้ำซ้ำๆ ทำให้น่าเชือถือ !!

การตอกย้ำซ้ำๆ ไม่ได้ทำให้ข้อความนั้น กลายเป็นจริงขึ้นมา แต่อาจทำให้มันน่าเชื่อถือ

นั่นสิครับ หลายคนใช้กลยุทธแบบนี้ ใช้การตอกย้ำข้อความนั้นบ่อยๆ จนกลายเป็นความน่าเชื่อถือ เพราะเห็นบ่อย และเห็นมานาน

กลยุทธนี้ เหมือนที่มองเห็นในสื่อทีวี หรือเปล่านะ

"รายการเล่าข่าวที่มีอายุนานกว่า 10 ปี แต่ก็มีคนด่าเยอะ เพราะเอาแต่โม้ ดราม่า โกหกก็มี พูดให้โอเว่อร์ก็มี แต่คนดูรายการนี้ส่วนใหญ่ ก็เชื่อถือ และเปิดดูรายการเล่าข่าวรายการนี้ทุกๆเช้า แล้วหลายเรื่องที่เอามาพูดมาวิจารณ์กันต่อ ก็มาจากรายการนี้ซะด้วยสิ"

เออ ก็อาจจะจริงนะ แต่ก่อน อาจจะเป็นอย่างนั้น แต่ทุกวันนี้ ทีวีมีให้เลือกดูหลายช่อง แล้วยังมีโซเชียลมีเดีย ที่ช่วยกันแชร์ โพสต์ เม้น บอกต่อกันมากมาย คงจะมีคนไทยรุ่นเก่า ที่ไม่ค่อยใช้เทคโนโลยีพวกนี้นี่ล่ะ ถึงตั้งตาดูรายการเล่าข่าวรายการนี้อยู่"

"แม้มันจะมั่วๆ เว่อๆบ้าง แต่ก็ดีกว่าไม่มีอะไรให้ติดตามดูนะ"
"อย่าเอาความเคยชินมาอ้าง แค่ลองกดรีโมทดูช่องอื่นบ้าง"

"การตอกย้ำและความเคยชินนี่ มีทั้งข้อดี และข้อเสีย ข้อดีคือ ทำให้เกิดความผูกพัน กับสิ่งนั้น แม้วันเวลาจะผ่านไปเนิ่นนานเพียงใดก็ตาม"
"แล้วข้อเสียล่ะ"

"ข้อเสียก็มี ถ้าการตอกย้ำ ซ้ำๆ ทำให้คนเห็นความจริง รู้ว่า มันผิด และยอมรับมันไม่ได้ สิ่งที่ตีกลับ ก็คือ ความเกลียดชัง ไม่ยอมรับ และต่อต้านอย่างรุนแรง"
"ถึงจุดนั้น มันก็เกิดความเปลี่ยนแปลงน่ะสิ"

"เปลี่ยนแปลงยังไง แค่ชอบต่างกัน"
"ถ้าคิด เห็นต่างกัน สุดขั้วมากๆ ก็จะเหมือนกับการแบ่งสี เมื่อช่วงปี 2550-2553 ที่มีสีเหลือง สีแดง แล้วแสดงออกอย่างรุนแรง ก้าวร้าว ปลุกระดมผู้คนให้แบ่งข้าง เลือกข้าง"

"แต่นี่คงไม่ถึงขนาดนั้น เพราะไม่มีใครรู้สึกว่า เสียผลประโยชน์ของชาติ"
"อย่างน้อย ก็แบ่งเป็่นช่องน้อยสี กับช่องหลากสี ล่ะ"

"น่าเบื่อว่ะ ไอ้คำพูด วาทะกรรมที่ทำให้มันดูซับซ้อน งงยิ่งขึ้น ทำไมไม่พูดว่า แบ่งเป็นช่อง 3 กะ ช่อง 7 พูดให้มันชัดไปเลย ต้องให้คนมาแปลความหมายอีกว่า ช่องน้อยสี คือ ช่อง 3 ส่วนช่องหลากสี ช่องหลายสี คือ ช่อง 7 ทำไมชอบใช้คำอ้อมไปอ้อมมา"

สื่อมวลชนชอบสรรหาคำพูดมาใช้ คงเบื่อคำเก่าๆ"

"เออ คงอยากให้มันมีสีสัน ถึงได้ประดิษฐ์คำพูดแปลกๆออกมา"
"กูก็อยากรู้เหมือนกัน ตอนนี้ มีช่องดิจิตอล เพิ่มมาอีกหลายช่อง มันจะประดิษฐ์คำพูดเรียกช่องอื่นๆว่ายังไง"

"มันสรรหาคำมาเรียกได้ทั้งนั้นล่ะ"
"ออ แล้วใช้วิธีการตอกย้ำซ้ำๆ จนคนเริ่มคุ้นเคย จำได้ใช่ปะ"

"ถ้าพูดถึงช่องหอยม่วง ช่องแดนสนธยา ช่องสาธารณะ หลายคนก็รู้แล้วว่า คือช่องไหน"
"เฉลยมาซิ กูงง"

"ช่องหอยม่วง ก็ช่อง 11 ช่องแดนสนธยา ก็ช่อง 9 หรือ โมเดิร์นไนท์ทีวี ส่วนช่องสาธารณะ ก็คือ ไทยพีบีเอส"
แต่ก่อนมีไม่กี่ช่อง จะตั้งฉายาก็พอจะจำได้ ถ้ามาตั้งฉายาให้ครบทุกช่องดิจิตอล คงต้องใช้เวลาท่องจำเหมือนท่องสูตรคูณกันล่ะ"
นี่คือ อิทธิพลของการตอกย้ำ ซ้ำๆ จนทำให้เกิดความน่าเชื่อถือขึ้นมา และเกิดการจดจำ

เช่นเดียวกับการตอกย้ำ ชุดข้อมูลต่างๆใส่สมองของผู้คนที่รับสื่อนั้นๆ ที่เห็นได้ชัด อย่างกรณีชุดข้อมูลของเสื้อเหลือง เสื้อแดง ที่ออกมาปลุกระดมกันในช่วง 7-8 ปีก่อน ทำให้คนที่เลือกข้าง ก็จะเปิดใจรับ และเชื่อข้อมูลของฝ่ายนั้น และต่อต้าน ไม่ยอมรับฟังข้อมูลของอีกฝ่าย จนเกิดความขัดแย้งอย่างรุนแรง ต่างฝ่ายต่างยืนยันว่า ฝ่ายของตนเอง คือ ฝ่ายที่ "ถูกต้อง"

ส่วนใคร จะถูก จะผิด ก็ให้กาลเวลาที่ผ่านไป ตัดสินจากข้อมูลและพยานหลักฐานที่เกิดขึ้นละกันนะ

วันอาทิตย์ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2558

หาวิธีดาวโหลด youtube เป็น mp4 อย่างได้ผลจริงๆ

หาวิธีดาวโหลด youtube เป็น mp4 อย่างได้ผลจริงๆ

มีหลายคลิปวิดีโอใน youtube ที่น่าสนใจ อยากที่จะดาวโหลดมาไว้ดู หรือเอาไปใช้งาน เอามาฟัง และอีกหลายเหตุผลที่ต้องการดาวโหลดมาไว้

วิธีการดาวโหลด ที่ได้จากการค้นใน กูเกิ้ล มีทั้งเข้าไปดาวโหลดในเวบไซต์ดอทคอม หลายแห่ง และการดาวโหลดโปรแกรมสำหรับ converter ไฟล์นั้นให้เป็นรูปแบบที่เราต้องการ

โปรแกรม หรือ ซอฟแวร์ที่มีประสิทธิภาพ ส่วนใหญ่ เป็นโปรแกรมที่เสียเงินซื้อ ที่ค้นหาเจอในอินเตอร์เนต มักจะเป็นตัวให้ทดลองใช้ ซึ่งมีคุณสมบัติไม่ครบ 100%

บางเวบ ก็มีให้แครก มีซีเรียล ให้ดาวโหลดตัวเต็มมาใช้ แต่กว่าจะคลิกเข้าไปถึงลิงก์นั้น ต้องเจอโฆษณาหน้าใหญ่ๆ หรือ คุณจะต้องโหลดโปรแกรมตัวอื่นมาด้วย ซึ่งมีทั้งสปายแวร์ และไวรัสที่แถมมาด้วย

พอดี เจอวิธีการดาวโหลด ยูทูป เป็น mp4 โดยไม่ต้องติดตั้งโปรแกรม หรือเข้าไปในเวบไหน วิธีการในคลิปวิดีโอนี้ ได้อธิบายอย่างเข้าใจแล้ว



Download youtube to MP4 within 2 seconds https://www.youtube.com/watch?v=5Z2wf69zR44

วันนี้ วิธีการนี้ ใช้ได้ แต่ในวันหน้า ต้องตรวจสอบว่า จะได้หรือไม่ เพราะเทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด โปรแกรมที่เคยใช้ได้ดี ก็ใช้ได้ไม่ดีเหมือนเดิม เพราะมีการปรับปรุงอัพเดทเวอร์ชั่นใหม่ อยู่เสมอๆ

ไปปั่นจักรยาน คาร์ฟรีเดย์ 2015 กับมุมมองเบื้องหลัง

วันนี้ มีกิจกรรม วันคาร์ฟรีเดย์ หลายที่หลายจังหวัด..
..การได้ไปร่วมกิจกรรมเพื่อสังคมแบบนี้ ดีนะครับ
เปิดสังคม เปิดมุมมองใหม่ๆบ้าง

การออกมาร่วมปั่นจักรยาน ต้องตื่นเช้า
ต้องออกมาตากแดดจ้าๆ...
.. ได้เห็นคนที่มาร่วมเตรียมงาน เพื่อให้เกิดกิจกรรมนี้ขึ้น

ส่วนหนึ่ง คือ ทีมกู้ภัยสว่างกาฬสินธุ์
.. ต้องออกมาสแตนบายในพื้นที่ แต่ละจุด คอยให้ความช่วยเหลือ อำนวยความสะอาด และดูแลความปลอดภัย

มีช่วงหนึ่ง ที่ผู้เข้าร่วมปั่น .. รถจักรยาน มีปัญหา ทีมกู้ภัย ได้เข้าดูแลช่วยเหลือ ดูตัวจักรยานที่เกิดปัญหา...
...กันตัวรถที่เกิดปัญหาออกมาจากถนน ที่รถจักรยานหลายคัน กำลังปั่นไปตามขบวน..

แต่ละทางแยก เจ้าหน้าที่ตำรวจ ก็คอยอำนวยความสะดวก กันรถอื่นๆ อย่าพึ่งวิ่งผ่าน ให้ขบวนจักรยานผ่านไปซะก่อน...

ทีมเตรียมน้ำ ทีมเตรียมเวที ทีมงานของเทศบาลกาฬสินธุ์ ก็ต้องไปเตรียมการ ประจำแต่ละจุด รวมทั้งสต๊าฟ คณทำงานดูแลการปั่นจักรยาน คอยบอก คอยเตือนให้ข้อมูลในแต่ละจุด เพื่อให้ขบวนจักรยาน ขับขี่ไปตามเส้นทางแต่ละจุด ได้ตามกำหนดเวลา และไม่มีอุปสรรค

นี่คือ ส่วนหนึ่งจุดหนึ่งในประเทศไทย ..
..หลายจังหวัด ก็มีกิจกรรมนี้จัดขึ้น รวมทั้งใน กทม ด้วย..

การได้ไปร่วมกิจกรรม มีรสชาติ ได้อะไรมากกว่า การนั่งดูทีวี ดูภาพข่าวเฉยๆนะครับ

แต่หลายคน ก็ต่างจิตต่างใจ ...
เอาตามที่แต่ละท่านสะดวก และสบายใจดีกว่า

วันเสาร์ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2558

เบื่อเด็กไร้สาระ .. คอมเม้นแบบไร้สติ ...

เบื่อเด็กไร้สาระ.. มาคอมเม้นใน blog แบบไร้สติ...

เรื่องนี้ มีหลายคนเจอ ไม่เฉพาะแค่ใน blog เท่านั้น แต่ใน facebook ก็มีคนที่ไม่รู้จักกาละเทศะ เข้ามาป่วน มาเขียนแสดงความคิดเห็นแบบไร้สติ...

มี blog หนึ่ง เขียนบทความให้ข้อมูลเพลงดัง มีไอ้บ้าคนหนึ่ง เข้ามาเขียนความเห็น ใส่ชื่อ fgfg ใส่อีเมล์ ghgh@ghgh.com
คอมเม้นท์ คือ fgfgfgfg ควยควยควยควยควย

คนเขียนบทความนี้ เห็นแล้วอึ้ง...
"มันมาจากไหนวะ"

คนเขียนบทความยาวๆ มีความตั้งใจอยากเล่า อยากถ่ายทอดมุมมองของตน ออกมาให้ได้อ่านกัน แต่พอมาเจอคนที่ไม่สนใจอ่าน แล้วยังมาเขียนก่อกวนแบบนี้..

เสียความรู้สึก...

นอกจากนั้น มันยังสะท้อนว่า คนไทยคนนั้น ไม่รู้จักอ่าน ไม่เอาไปคิด ไม่ใช้ประโยชน์ ซึมซับข้อมูลนี้ใส่สมอง...

น่าคิดว่า ชีวิตคนๆนี้ สนใจเรื่องอะไรมั่ง..
..หรือทำตัวไร้สาระไปวันๆวะ...

..หมายเหตุ.. เรื่องที่บ่นนี้ ไม่ได้เกิดขึ้นในที่แห่งนี้..

อันตรายจากการใช้ของฟรี หาทางลบ oursurfing.com จากการโหลดโปรแกรมในอินเตอร์เนต

อันตรายจากการใช้ของฟรี หาทางลบ oursurfing.com   จากการโหลดโปรแกรมในอินเตอร์เนต


อะไรที่เป็นของฟรี หลายคน พยายามขวนขวายหามาใช้กันจัง อย่างเช่นซอฟแวร์ โปรแกรมที่ใช้ในคอมพิวเตอร์ ใครๆก็ชอบใช้ของฟรี ของที่แครกกันมาแล้ว

หลายโปรแกรม สามารถค้นหาได้ทางอินเตอร์เนต มีหลายเวบ และหลายเพต facebook ที่ประกาศแจกโปรแกรมที่แครกแล้ว ไม่ต้องเสียเงีนซื้อ แค่เข้ามาดาวโหลดตามลิงก์ที่ให้ ก็เอาไปใช้ได้เลย

หลายเวบ หลายเพจ เปิดให้ดาวโหลด เพื่อเรียกยอดไลท์ ยอดคนเข้ามาดู และการติดโฆษณา เพื่อหารายได้ให้กับตัวเอง

ล่าสุด กับกรณี  Internet Download Manager ไม่สามารถใช้กับ Mozilla Firefox 40 ขึ้นไป มีคำแนะนำวิธีแก้

อาทิเช่น

Since the latest update of Mozilla Firefox (40.0.2), Internet Download Manager becomes incompatible. Even the Latest IDM 6.23 Build 19+ doesn't work.

ลองเข้าไปดาวโหลด และจะมีคำอธิบายอีกหลายข้อ แต่ระหว่างที่เราดาวโหลดนั้น พบว่า มีการติดตั้งโปรแกรมอื่นเพิ่มเข้ามาด้วย โดยที่เราไม่รู้ตัว

โชคดีที่ได้ทำการเปิดโปรแกรม Task manager ดูสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น เมื่อเห็นสิ่งผิดปกติ เพิ่มเข้ามา จึงได้คลิก End process หยุดการติดตั้งโปรแกรมนั้นซะ

และยกเลิกการติดตั้งโปรแกรมที่ดาวโหลดมา

หลังจากที่พัด ปิดเครื่อง แล้วมาเปิดเครื่องทำงานใหม่ พบว่า
เมื่อเปิดบราวเซอร์ขึ้นมา กลับพบ เวบ

http://www.oursurfing.com/?type=sc&ts=++++++++&z=a0fc2f62+++1ab2fba9fe27000f26egzzoqqzgoe&from=amt&uid=hds728080plat20_pfd212s2sdkemdsdkemdx

เออ นี่ก็แปลกปลอมเข้ามายังไงเนี่ย เลยต้องหาคำตอบว่า จะลบมันออกยังไง


 oursurfing นี่ลบยังไงครับ มันมาตอนติดตั้งโปรแกรมอะไรสักอย่างนี่แหละ ผมหาในกูเกิ้ลก็หาวิธีลบไม่ได้เลย ขอบคุณครับ


นี่คือ วิธีการแก้ไขครับ จาก pcthreat.com - Security News


* * ทำตามอันนี้ชัวร์..ทุกขั้นตอนง่ายๆ..ไม่ต้องลงSoftware...เพิ่งโดนเพราะอยากลองของ

OurSurfing.com is a search engine that can be both considered to be a complimentary part of adware and a browser hijacker. OurSurfing.com affects Internet Explorer, Mozilla Firefox, and Google Chrome. It might seem that this search engine can provide you with relevant search results, but the truth is that OurSurfing.com collects information on your web browsing history to target customized commercial content at you. You must remove OurSurfing.com and everything related to it from your computer as soon as possible in order to avoid malicious exploitation by cyber criminals.

ต่อไป จะติดตั้งโปรแกรมอะไร ต้องระมัดระวังให้ดีๆ


วันศุกร์ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2558

เมื่อเหมืองแร่มาอยู่ใกล้บ้าน

เมื่อเหมืองแร่มาอยู่ใกล้บ้าน

นั่งรถผ่านวงเวียนสามแยกของตำบลแห่งหนึ่ง เห็นป้ายขนาดใหญ่ ประท้วงไม่เอาเหมืองแร่เกลือใต้ดิน มันจะทำให้ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เสียหายมากมาย

แต่ถ้าขึ้นป้ายแบบนี้ แสดงว่า เหมืองแร่ที่ว่านี้ กำลังจะมาแล้ว

ค้นหาข่าวย้อนหลัง เรื่องราวของการขออนุญาติทำเหมืองแร่ เกิดขึ้นมา 2-3 ปีก่อน แรกเริ่มก็มีการต่อต้าน แต่พอวันเวลาผ่านไป เหมืองแร่ก็มีโอกาสที่จะเกิดขึ้นในพื้นที่มากขึ้น

มองหลายพื้นที่ในภาคอีสาน ที่มีการประท้วง ไม่เอาเหมืองแร่ ไม่เอาอุตสาหกรรมที่ทำลายสิ่งแวดล้อม แต่แล้วในที่สุด มันก็เกิดขึ้นในพื้นที่

เพราะ "เงิน" "ผลกำไร" และ "มูลค่าทางเศรษฐกิจ" และประโยชน์ที่จะได้รับ ที่สามารถหยิบยกมาอ้างอิง เอามาพูดได้มากมายหลายหน้ากระดาษ

..ส่วนเรื่องของผลกระทบสิ่งแวดล้อม ก็ค่อยๆเงียบหายไป พร้อมกับข้อมูลจากฝ่ายที่จะสร้างเหมืองที่ออกมาแก้ต่าง ทำความเข้าใจ ตอบข้อสงสัยเรื่องผลกระทบสิ่งแวดล้อม บอกว่า ทุกสิ่งที่พวกต่อต้าน กังวลนั้น "เรามีระบบที่ปลอดภัย และจะไม่เกิดปัญหาเหล่านั้น"

แบบนี้ ออกมาประท้วง ต่อต้านไป ก็เท่านั้นล่ะสิ

สำหรับชาวบ้านที่อยู่ในพื้นที่ ใกล้พื้นที่ที่จะสร้างเหมือง ก็รวมพลังออกแรงต่อต้านกันเต็มที่ ส่วนชาวบ้านที่อยู่ห่างออกมา 10 กิโลเมตรขึ้นไป ก็จะรู้ข่าวเป็นลำดับถัดมา ถ้าเป็นคนที่สนใจข่าวสาร รู้ข้อมูลเรื่องผลกระทบสิ่งแวดล้อม คงรู้ว่า ต่อไปจะเป็นอย่างไร จะเกิดอะไรขึ้นกับพื้นที่บริเวณนี้

แต่ชาวบ้านหลายคน สนใจแต่เรื่องการทำมาหากิน ดูละครทีวี ... แค่นี้ชีวิตก็ทุกข์ยากลำบากมากมายแล้ว

เมื่อเหมืองแร่ มาอยู่ใกล้บ้าน ก็คงได้แต่ทำใจ เพราะ จะไปประท้วงต่อต้าน แสดงพลังอย่างไร สุดท้าย มันก็เกิดเหมืองแร่ที่ว่าขึ้นจนได้

แต่ถ้าการประท้วงต่อต้าน มีพลังมากพอ ที่จะออกสื่อต่างๆ และมีแนวร่วมที่มีอิทธิพลมากพอ การต่อต้านขัดขวาง ก็มีโอกาสที่จะสำเร็จ...

แต่หลายพื้นที่ที่มีปัญหา ชาวบ้านที่ออกมาต่อต้าน ไม่ได้มีพลังมากถึงขนาดนั้น...

เสียเด็ก

เสียเด็ก

เมือผู้ใหญ่ตามใจ เอาอกเอาใจมากจนเกินไป ก็จะทำให้ เด็กคนนั้น "เสียเด็ก"

อาการเสียเด็ก ที่ว่านี้ คือ การเอาแต่ใจตัวเอง รอให้ใครสักคนมาตามใจ และมีความเห็นแก่ตัวมากขึ้น

เมื่อเป็นเด็ก วัยที่กำลังถูกบ่มเพาะ ให้อยู่ในระเบียบวินัย รู้จักผิดชอบชั่วดี (แหม ใช้คำหนักๆ วิชาการซะด้วย) คือ เป็นช่วงเวลาของการหล่อหลอม อบรมสั่งสอน มีเด็กหลายคน ที่ผู้ใหญ่ปล่อยปละละเลย ไม่สนใจ ใส่ใจสั่งสอน เมื่อเขาคนนั้นเติบโตขึ้นมา มีแต่ความเห็นแก่ตัว และสร้างปัญหาให้เกิดขึ้นมากมาย

แทนที่จะไปทำมาหากิน ก็ไม่สนใจ เอาแต่เล่นแชท รักสนุก รักความสบาย ไม่ชอบทำงานหนีก ถ้าเป็นผู้หญิง ก็หาผัวดีกว่า ไม่ต้องทำงานให้เสียเวลาแล้ว

แต่หลายอย่าง ก็ใช่ว่า จะสวยสดงดงามไปซะทุกอย่าง พฤติกรรมที่พวกเขาเหล่านั้น ก่อทิ้งไว้ ทั้งปัญหาหนี้สิน อบายมุขต่างๆ ที่สร้างความเดือดร้อน ความทุกข์ร้อนให้กับคนในครอบครัว

เมื่อย้อนกลับมาดูช่วงที่พวกเขาเหล่านั้น เป็นวัยเด็ก... คงจะพอมองเห็นรากเหง้าของปัญหาที่เกิดขึ้น

เมื่อเด็ก กำลังจะเสียเด็ก ผู้ใหญ่ที่รู้ ก็พยายามจะหาหนทางแก้ไข แต่หลายครั้ง ก็ผู้ใหญ่ที่ไม่เข้าใจนั่นล่ะ ที่สนับสนุน ให้เกิดการ เสียเด็ก ซะเอง

เฮ้อ

วันพฤหัสบดีที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2558

อับอายเรื่องทำมาค้าขาย

อับอายเรื่องทำมาค้าขาย

คนเรานั้น ต่างคนต่างความคิด เรื่องการทำมาค้าขาย สำหรับหลายคน เป็นเรื่องของปากท้อง แต่สำหรับอีกหลายคน เป็นเรื่องที่น่าอับอาย

บางคน มองเรื่องการค้าขาย เป็นอาชีพที่ไม่มีเกียรติ ทำงานก็หนัก แต่ได้กำไร ได้เงินไม่เท่าไหร่ ดูแล้ว ไม่คุ้มกับค่าเหนื่อยและการทุ่มเทแรงกายแรงใจลงไป

ถ้าเทียบกับอาชีพอื่นที่มีเงินเดือน มีรายรับมากกว่า อาชีพแม่ค้าแม่ขายดูจะด้อยลงไปทันที

"มันอาจจะดูต่ำต้อย แต่แม่ค้าคนนี้ ก็หาเงินส่งลูกจนเรียนจบปริญญามาแล้วนะ จากการค้าขายได้วันละไม่กี่ร้อยบาทนี่ล่ะ"
"ถึงจะหาเช้ากินค่ำ แต่ก็ไม่ได้ไปแบมือขอเงินใครกิน"

นั่นสิ แต่เรื่องอย่างนี้ พูดยาก

ยากที่จะไปเปลี่ยนความคิด ความรู้สึกของคน
ไม่มีใครที่จะชอบอะไรเหมือนกันไปหมดทุกอย่าง ขนาดดารา ที่คนชื่นชอบกันทั้งประเทศ ก็ยังมีคนเกลียดจนได้ แม้ดาราคนนั้น จะเป็นคนดี ทำความดีด้วยความบริสุทธิ์ใจ แต่ก็ยังมีคนไม่ชอบ คนที่เกลียดขี้หน้า บอกว่า ดาราคนนี้ เป็นจอมสร้างภาพ

เออ... ถ้าไม่เป็นดารา แล้วทำดีแบบนั้น คงจะไม่มีใครว่าล่ะมั้ง

กลับมาที่เรื่อง การอับอาย เพราะการทำมาค้าขาย ถ้ามองที่ภาพพจน์ ความมีเกียรติ สภาพการทำงาน การแต่งตัว แน่นอนว่า คงสู้พวกข้าราชการ นักธุรกิจ นายธนาคาร หมอ พยาบาล ไม่ได้แน่ๆ แต่คนทำมาค้าขายหลายคน ที่ขยันขันแข็ง สามารถสร้างตัวเองให้ประสบความสำเร็จ ร่ำรวยมีบ้าน มีรถคันใหญ่ มีเงินทองมากมาย จนถึงขั้นนั้น ข้าราชการ นักธุรกิจ นายธนาคาร หมอ พยาบาล ก็ต้องให้เกียรติเหมือนกันล่ะ

ระหว่าง คนที่ตั้งใจทำมาค้าขาย มีอาชีพ มีงาน และมีเงิน กับคนที่ไม่ทำอะไร นั่งๆนอนๆ กินไปวันๆ คนแบบไหนล่ะที่น่าอับอายกว่ากัน

บางคน อาจจะอับอายที่จะต้องทำมาค้าขาย นั่งๆนอนๆกินไปวันๆ ก็อับอายน้อยกว่า

ที่คนเกิดความรู้สึกอับอาย ส่วนหนึ่ง ก็มาจาก "ขี้ปาก" ของชาวบ้านด้วยล่ะ ปากคนพูดพร่ำบ่นไป ก็ทำให้ รู้สึกอับอายได้ง่ายๆ

จะอับอาย ยังไงไม่ว่า ตราบใดที่ไม่ทำให้คนเดือดร้อน และไม่ไปสร้างความเดือดร้อนให้ใคร
ก็เลือกในสิ่งที่สบายใจ ดีแล้ว...

วันพุธที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2558

ความบันเทิงระดับสุดยอด กิ๊กดู๋ : ประชันเงาเสียงตั๊ก ศิริพร อยู่ยอด [15 ก.ย. 58] Full HD

ทุกครั้งที่ได้ดูรายการกิ๊กดู  ไม่เคยผิดหวังสักครั้ง เพราะมีแต่ความสนุกสนาน แบบฮาๆ ตลอดมา
และในค่ำคืนวันที่ 15 กันยายน ที่ผ่านมาก็เช่นกัน กับเงาเสียงของตั๊ก ศิริพร อยู่ยอด ฮามากๆ สุดยอดจริงๆ

ทุกคืนวันอังคารต้องรอดูรายการสด แต่ถ้าวันไหนพลาด ก็จะดูย้อนหลัง และต้องยอมรับว่า ทีมงานของ JSL Global Media ทำการอัพโหลดคลิปวิดีโอลง youtube ไวมากๆ และคุณภาพระดับ FULL HD ให้ชมกันอย่างเต็มอิ่มจริงๆครับ

"เป็นความสุขระดับชาวบ้าน แต่ฮาจริงๆ และเป็นรูปแบบที่รายการอื่น คง
เลียนแบบยากล่ะ"

"ใครจะชอบ ไม่ชอบ ยังไง แต่พวกเราชอบรายการนี้นะ"



ข้อมูล JSL Global Media https://www.youtube.com/channel/UCDlAjVM03Oce5mywNDHpHZw
เงาเสียง ตั๊ก ศิริพร อยู่ยอด
เพลง ไม่มีฝีมือ คำร้อง-ทำนอง ดนุพล แก้วกาญจน์
A 1 (ลูกตาล) อลิษา สุวรรณประทีป




B 1 (อุ๋มอิ๋ม) เนตรนภา มะลาศรี
A 2 (ฝน) วรางคณา สวัสดิ์วงษ์
B 2 (เป้ปู) กรกนก ดิษฐเจริญ
เพลง ไม่มีฝีมือ คำร้อง-ทำนอง ดนุพล แก้วกาญจน์
เพลง หมดห่วง คำร้อง-ทำนอง ดนุพล แก้วกาญจน์
เพลง ฉันไม่ใช่นางเอก คำร้อง-ทำนอง ดนุพล แก้วกาญจน์
โชว์คู่ ฉันไม่ใช่นางเอก คำร้อง-ทำนอง ดนุพล แก้วกาญจน์

ฝั่งพี่กิ๊ก อ.สันทราย จ.เชียงใหม่
1.) ณัฐภัทร วันอาจ (เฟม)
2.) ศิริลักษณ์ จีสันติ (กิ๊ฟ)
3.) ภูมิภัทร ไคร้สร้อย (เบนซ์)
เพลง คิดถึงพี่ไหม ศรคีรี ศรีประจวบ / คำร้อง-ทำนอง พยงค์ มุกดา

ฝั่งพี่ดู๋ อ.เมือง จ.สุรินทร์
1.) ชัยวัฒน์ รัตนอุรา (เสือ)
2.) ณัฏฐ์วรินทร์ เกตุโสระ (เจี๊ยบ)
3.) อัจฉราภรณ์ ทรงวาจา (ฝน)
เพลง สาวเพชรบุรี พุ่มพวง ดวงจันทร์ / คำร้อง-ทำนอง ชลธี ธารทอง

เฟม + เสือ เพลง จั๊กกิ้มกับต๊กโต วงต๊กโต / คำร้อง-ทำนอง ต๊กโต
เจี๊ยบ + กิ๊ฟ เพลง โอเคนะคะ แคทรียา อิงลิช / คำร้อง บรรจง ประดิษฐ์คำ ทำนอง ม.ล.บวรชัย สุขสวัสดิ์
----------------------------------------­----------------------------------------­--------------

ติดตามความเคลื่อนไหว แนะนำ ติชมรายการ และแสดงความคิดเห็น ผ่านช่องทางต่างๆ

Youtube : http://www.youtube.com/JSLGlobalMedia (official channel)
Official website : http://www.jslglobalmedia.com
Facebook : https://www.facebook.com/JSLGlobalMedia
Twitter : https://www.twitter.com/jslglobalmedia

Copyright©2015 JSL Global Media Company Limited
บริษัท เจ เอส แอล โกลบอล มีเดีย จำกัด
154 ลาดพร้าว ซอย 107 แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ 10240
154 Ladprao Road (Soi 107) Klongjan, Bangkapi, Bangkok 10240 Thailand
Tel: 66 2731 0630
FAX: 66 2377 0691, 66 2375 9033
E-Mail: webmaster@jslglobalmedia.com / jslglobalmedia@gmail.com











วันอังคารที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2558

เลือกข้างเชียร์ละคนช่อง 3 ช่อง 7 และช่องทีวีดิจิตอล

เลือกข้างเชียร์ละครช่อง 3 ช่อง7 และช่องทีวีดิจิตอล

พูดถึงเรื่องละครทีวี บางคนชอบดูละครช่อง 3 บางคนก็รักละครช่อง 7 พอไปถามว่า ละครช่องไหนดีกว่ากัน .. แฟนคลับของช่องไหน ก็จะตอบว่า ช่องที่ตัวเองชอบดูนั่นล่ะ เป็นละครที่ดีที่สุด ดีกว่าอีกช่อง

แหม ก็ยกเอาเรื่องความชื่นชอบมาพูดนิ ใครชอบช่องไหน ก็ต้องเชียร์ช่องของตัวเอง ไม่มีใครจะพูดว่า ชอบอีกช่องหรอก นอกจากคนที่ดูได้ทั้งสองช่อง ไม่ได้ลำเอียง รักช่องไหนเป็นพิเศษ

ใน pantip มีการเอาข้อมูล เรตติ้ง ของช่องต่างๆ ว่า ช่วงเวลาไหน รายการใด มีเรตติ้งคนดูมากกว่ากัน เอามาจัดอันดับให้ได้รู้ ให้ได้วิจารณ์กัน

คนที่กดดูหลายช่องได้ ดูได้ทุกรายการ ก็จะวิจารณ์อย่างกลางๆ แต่เหล่าแฟนคลับของช่องนั้นๆ ก็จะออกมาอวย มาให้กำลังใจอย่างสุดๆ

"อุ๊ย ช่อง3 อีกนิดเดียวก็แซงช่อง 7 ได้แล้ว"
"เนี่ย กลยุทธเด็ด แยกกันตี 3 ช่องทาง 3 แนวรบ"

"ละครช่อง 3 ดีที่สุด น่าดูที่สุด"
"อีกนิดเดียว ช่อง 3 จะครองอันดับ 1 "

เปิดดูกระแสในเวบ pantip และในโซเชียลมีเดียล จะเห็นว่า คนเชียร์ช่อง 3 เยอะ แต่พอดูคะแนนเรตติ้ง ช่อง 7 กับดีกว่าในหลายช่วง หลายละคร มีบางช่วงเวลา ช่อง 3 ก็ขึ้นเป็นอันดับ 1 ได้

แต่เรตติ้ง มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ถ้ารายการดี น่าสนใจ เป็นที่ชื่นชอบของผู้ชมคนดู เรตติ้ง ก็จะขยับปรับขึ้นมาเอง

มีละครของช่องทีวีดิติจอล น้องใหม่หลายช่อง เรตติ้งเริ่มขยับสูงขึ้น มีคนติดตามดูเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งละครของช่อง 8 ช่อง One ช่อง PPTV ช่อง True4U

เวลาผ่านไปหลายเดือน หลายช่องคงจะประเมินได้ว่า ความถนัด จุดขายของตัวเอง อยู่ตรงไหน สมรภูมิไหน ที่น่าจะเข้าไปเล่น ไปลุย ไปลงทุนได้บ้าง

เจอความเห็นของ แฟนละครช่อง 3 หลายคน เชียร์ช่อง 3 อย่างเต็มที่ จนดูเหมือนว่า ถ้าดูแต่ในเวบ ช่อง 3 คงจะเป็นช่องยอดนิยม ที่มีคนเปิดแช่ตลอดเวลา แต่ในความเป็นจริงแล้ว คนดูช่องอื่นๆ ก็มีจำนวนมากมายเหมือนกัน แต่อาจจะไม่ได้มาโพสต์ มาตั้งกระทู้ อะไรมากมายนัก

ไม่ใช่ว่า จะแอบเชียร์ช่อง 7 หรือ ช่อง One ช่อง 8 แต่หลายคนเห็นแฟนคลับช่อง 3 บางคน "อวยมากเกินไป จนน่าหมั่นไส้" ในขณะที่ แฟนคลับช่อง 3 อีกมากมาย ที่ให้ข้อมูล เข้ามาบอกเล่าด้วยความน่ารัก และชื่นชอบละคร และบทบาทการแสดงของดาราอย่างแท้จริง ไม่ได้อวยกันจนเอียเละเทะไปหมด...

"คงเป็นเพราะ ผู้ชมละครช่อง 3 ส่วนใหญ่ เป็นคนในเมือง ชอบพูด ชอบวิจารณ์มากกว่าคนต่างจังหวัดที่ชมช่อง 7 "
"บางที ก็ไม่เกี่ยวหรอก เป็นความดราม่า ส่วนตัวของแต่ละคนมากกว่า คนดูละครช่องอื่นๆก็ดรามาไม่แพ้กันหรอก"

"แต่ละครช่องนั้นดีกว่าจริงๆนะ"
"โอย ถ้าคนชอบกระทิงแดง ก็จะไม่ชอบคาราบาวแดง คนชอบ M-150 ยังไงก็ไม่ชอบลิโพ"

"แต่ชั้นกินได้ทุกยี่ห้อเลยนะ เครื่องดื่มบำรุงกำลังเนี่ย"
"นั่นมันแล้วแต่ความชอบของแต่ละคนนะ"

นั่นสินะ จะมาบอกว่า คนดูละครช่องนั่น มักจะเป็นคนอย่างนั้น ก็ไม่ถูก มันขึ้นอยู่กับความชื่นชอบส่วนตัวต่างหาก

บางคน วันนี้ อาจจะชอบดูละครช่อง 8 พอละครเรื่องนั้นจบกดรีโมทไปเจอละครช่อง 7 เอ๊ะ น่าดูนิ ก็เลยดูละครเรื่องนั้นต่อ อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับช่วงเวลานั่นล่ะ เรตติ้งความนิยม จึงเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา...

เรตติ้งที่รายงานออกมา ก็สะท้อนความชื่นชอบของคนดู บางเรื่อง ทีมงานผู้สร้างละคร ทำออกมาดีมากๆ แต่จำนวนคนดู น้อยกว่า ของอีกช่อง ที่คนชอบดูมากกว่า อันนี้ ก็แล้วแต่คนดูนะ จะมาดราม่าบอกว่า คนดูละครเรื่องนั้น รสนิยมต่ำ เห่ย แบบนั้นก็ไม่ได้ มันขึ้นอยู่กับความชื่นชอบส่วนตัว.....

แต่การเลือกข้างเชียร์ละครช่องที่ตัวเองชอบ ก็เป็นสีสันอีกอย่างนึง สำหรับคนที่ไม่ได้เป็นแฟนคลับของช่องนั้นๆ

การที่พวกเค้าเชียร์ละครที่ตนเองชอบ เชียร์ช่องที่ตัวเองรัก ไม่ว่าจะเป็นข่อง 3 ช่อง 7 ช่อง 8 ช่อง One หรือช่องไหนๆก็ตาม ก็ทำให้เราได้รับรู้ข้อมูล ที่พวกเค้าบอกเรามา จากนั้ นเราก็ตัดสินใจเอาเอง ว่าจะกดเข้าไปดูละครเรื่องนั้นหรือไม่ หรือ เข้าไปดูแล้ว มันดีอย่างที่แฟนคลับ เชียร์รึเปล่า

ก็มีหลายเรื่องเหมือนกันนะ ที่ได้ยินได้อ่าน คำเชลียร์ของแฟนคลับละครช่องนั้นแล้ว พอไปเปิดดูจริงๆ ไม่เห็่นจะดีอย่างที่ว่าเลย อันนี้ก็อยู่ที่รสนิยมส่วนตัว

อย่างว่าล่ะนะ จะให้คนเรามาชอบอะไรที่เหมือนๆกัน ก็เป็นไปไม่ได้ล่ะ...

แต่ก็ไม่ค่อยจะมีใครที่ออกมาสวนกระแส วิจารณ์แฟนคลับละครของช่องนั้นๆอย่างรุนแรง จนเกิดเรื่องเกิดราวใหญ่โต อือม ถ้าคุณชอบก็ดูไป ทีวีมีตั้งหลายช่อง ฉันก็เลือกดูช่องที่ฉันชอบ และอยากดู

ถ้าไม่มีรายการที่อยากดู ก็ปิดทีวี แล้วไปทำอย่างอื่นซะ...

เพราะมีงานอื่นๆที่ต้องทำอีกตั้งเยอะเลย....

ไอดอล.เปลือกนอก

ไอดอล เปลือกนอก

"พี่เป็นไอดอลของหนูเลยนะ"
"พี่น่ารักมากๆค่ะ"

ข้อความที่เห็นใน facebook ที่เพื่อนๆในนั้น ที่เป็น แฟนคลับเข้ามาเขียนชื่นชมในวันสำคัญของเธอ สาวสวยผู้ใจบุญ ทุกความเคลื่อนไหว มีหลายคนติดตามข่าว เฝ้ามองด้วยความชื่นชม

ดูเหมือนว่า ชีวิตของเธอช่างน่าอิจฉา มีแต่คนชื่นชม ยินดี มีคนอยากรู้จัก พูดคุยกับเธออยู่ตลอดเวลา

"น่าอิจฉาพี่จังเลย ได้ไปที่โน่นที่นี่ ได้มีโอกาสทำในสิ่งที่หนูใฝ่ฝันอยากทำ"
"ชีวิตพี่เหมือนนางฟ้าเลยแฮะ"

เห็นหลายข้อความแล้ว ชักน่าสนใจ เธอคนนี้เป็นใครกัน ไม่ใช่ดารา นักร้อง นางแบบที่มีชื่อเสียงในวงการบันเทิง แต่ทำไม ถึงมีคนสนใจมากมายขนาดนี้

คลิกเข้าไปดูรูปใน facebook ของเธอ..อือม หน้าตาน่ารักจริงๆด้วย สายตาไล่อ่านดูรายละเอียดที่มีในนั้น บอกถึงอาชีพ หน้าที่การงาน และสถานที่ศึกษาเล่าเรียน เอ... ทำไม ถึงมีคนสนใจเธอคนนี้นะ....

"พี่เป็นไอดอลของหนูนะ"
ข้อความนี้ ทำเอาสะดุด เธอคนนี้ต้องมีอะไรที่น่าสนใจมากๆ ถึงขนาดที่มีเด็กๆ ยกเอาเธอเป็นไอดอล ต้นแบบเลยนะ

"ปกติ จะเห็นพวกดารา นักร้อง นักกีฬา ที่เป็นไอดอลของเด็กวัยรุ่น แต่เธอคนนี้ ไม่ใช่กลุ่มคนที่มีชื่อเสียงพวกนั้น แล้วเป็นไอดอลได้ไงเนี่ย"
"เฮ๊ย ไอดอล ไม่ได้จำกัดแค่กลุ่มดารา นักกีฬานะ อาชีพไหนก็เป็นต้นแบบเป็นไอดอลได้"

"ก็ไม่เคยเห็นนี่นา"

แล้วคุณมีใครเป็นไอดอล รึเปล่า"

"สมัยผม ยังไม่รู้จักคำว่า ไอดอลเลย เลยยังไม่มีไอดอล"
"พ่อแม่ ครูบาอาจารย์สอนให้พึ่งตัวเอง เป็นตัวของตัวเอง เลยไม่ค่อยได้เอาใครมาเป็นต้นแบบ เพราะไม่ค่อยรู้จักใคร ที่ให้เลียนแบบได้"

"อือม อยากรู้จักไอดอลคนนี้เหมือนกัน ทำไมถึงทำให้เด็กของเรา ติดตาม เอาเป็นต้นแบบได้"
"ทีเราเป็นพ่อ อยู่ใกล้ตัวเค้าแท้ๆ แต่ไม่คิดที่จะเอาเราเป็นไอดอล"

"สงสัย เราจะต้องทำตัวแบบไอดอลคนนี้ซะแล้วล่ะมั้ง ลูกจะได้เห็นเราเป็นไอดอลมั่ง"
"ไม่แน่หรอก ความสนใจของคนเรามันต่างกัน สิ่งที่เราชอบ เค้าไม่ชอบ สิ่งที่เค้าชอบ เราก็ไม่ชอบก็ได้"

ไอดอลของหลายคน ภาพที่เห็น มีแต่ภาพที่สวยสดงดงาม น่าชื่นชม แต่ไม่มีใครรู้เรื่องราวภายใน เบื้องลึกของคนๆนั้น

คนทุกคน ก็มีทั้งด้านดี และด้านที่ไม่ดี แต่เมื่ออยู่ในที่สาธารณะ ทุกคนก็อยากให้รับรู้แต่ในด้านที่ดีๆ ด้านที่ไม่ดี ก็อยากเหยียบ อยากเก็บซ่อนเอาไว้

คนที่ถูกยก เป็น "ไอดอล" หลายคน ยกตัวอย่าง พวก ดารา นักร้อง มองเห็นภาพข่าว ในสื่อที่ประชาสัมพันธ์ แหม ดีไปหมดทุกเรื่อง น่าชื่นชมศรัทธาซะจริงๆ แต่พอกระแสตก ชื่อเสียงตก มีแต่ข่าวด้านลบออกมาเรื่อยๆ .. อ้าว ไอดอลที่คนชื่นชอบ ทำไมทำตัวเลวๆแบบนี้ล่ะ

นี่มันไอดอล แค่เปลือกนอกนี่นา

นี่.. ทุกๆคน หลงไหล ชื่นชมกับเปลือกนอกของไอดอลคนนี้นเหรอเนี่ย....

เมื่อเรา เฝ้ามองคนในโลกมายา พวก ดารา นักร้อง ที่เล่นตามบท แสดงตามสคริปท์.. แล้ว สิ่งที่เราเห็น ข่าวที่ได้ดู สิ่งที่ดารา นักร้องทำให้เห็นในรายงานข่าวนี่...

มันเป็นไปตามสคริปท์ พูด และทำตามบทที่เตรียมไว้รึเปล่า เพื่อให้ภาพพจน์ออกมาดูดี เป็นไปตามเป้าหมายที่ต้องการ...

"แล้ว พวกดาราไอดอลเนี่ย พูดและทำออกมาจากใจจริงๆ ทำด้วยความจริงใจรึเปล่านะ"
"ไม่แน่ใจนะ แต่เห็นพวกดารา นักร้องที่ตกกระป๋อง หลายคน ทั้งคำพูดและการกระทำ ไม่น่าฟัง ไม่น่าดูเลย แสดว่า ที่ผ่านมา สร้างภาพทั้งนั้น"

"แต่บางคนก็ดีนะ ทำตัวเสมอต้นเสมอปลาย ทำดีมาตลอด แม้ไม่เป็นข่าว ไม่ได้ออกสื่อ แต่ก็ยังทำดี พูดดี"
"เออ แล้วไอดอลของลูกแกน่ะ เป็นคนยังไงนะ"

"ไม่รู้เหมือนกัน เค้าเป็นคนทำงาน ไม่ได้อยู่ในวงการมายา"
"ไม่จำเป็นต้องอยู่ในวงการมายา ก็ดราม่าได้ทั้งนั้นล่ะ"

"แล้วคุณคิดว่า เธอคนนี้ เป็นจอมดราม่ารึเปล่า"
"ไม่รู้วะ ตอนนี้ เธอก็คงอยากให้ทุกคนเห็นเธอในภาพพจน์ที่ดี คงจะมีแต่คนที่ทำงานด้วยกัน หรืออยู่ใกล้ชิดเธอ ถึงจะรู้ว่า ตัวจริงของเธอเป็นคนยังไง"

"ไม่รู้เหมือนกันนะว่า เธอคนนี้ เป็นไอดอล เปลือกนอก รึเปล่านะ"
"วันเวลา ที่ผ่าน ไป จะให้คำตอบเองล่ะ"

ถอดใจตั้งแต่ยกแรก หัวใจของคนไม่สู้...

ถอดใจตั้งแต่ยกแรก หัวใจของคนไม่สู้...

เออ ทำไมหนอ คนเราถึงต่างกันมากมาย คนหนึ่ง อดทน ไม่ย่อท้อต่อทุกอุปสรรคปัญหา ไม่ว่าจะลมแรง เจ็บปวดเพียงใด กล้าเผชิญหน้า แม้อาจจะหวั่นไหว เกรงกลังอยู่บ้าง แต่ก็ยืนหยัดรับชะตากรรม จนผ่านพ้นช่วงเวลาเลวร้ายนั้นมาได้

แต่อีกคน ปัญหาแค่ฝุ่นเข้าตา กลับดิ้นพล่าน เหมือนจะเป็นจะตาย ต้องให้ใครบางคน มาโอบอุ้ม ช่วยเหลือเจือจุน ไม่ให้ล้มตายไปซะก่อน

นัน่สินะ ทำไม คนแรกถึงอดทนได้ แต่คนหลัง กลับเปราะบาง ไม่มีความอดทน

"ก็คนหลังถูกเลี้ยงดูมาแบบ คุณหนู เป็นลูหเทวดา ไม่เคยต่อสู้ ไม่เคยเจอความทุกข์ยากลำบาก มีแต่ความสุขสบายมาตลอด"
"นั่นสิ วันนี้ เลยเป็นปัญหาที่ให้คนที่คอยช่วยเหลือ ต้องเข้ามาโอบอุ้ม ดูแล ประคับประคองกันไป"

ทำไมหนอ คนเราถึงได้แตกต่างกันอย่างนี้ คนที่เปราะบาง จะต้องถูกโอบอุ้ม เอาอกเอาใจ ตลอดไปอย่างนั้นเหรอ แล้วอีกคนที่ต้องอดทน ทนทุกข์ทรมาน ก็จะต้องคอยดูแล โอบอุ้ม คนที่เปราะบางไปตลอดกาลเหรอยังไง

"ไม่ยุติธรรมเลย"
"โลกนี้ มีความยุติธรรมซะที่ไหนล่ะ"

"เป็นกูนะ กูจะสอนให้เข้มแข็ง ไม่เป็นคนเปราะบาง ยืนขึ้นได้ด้วยตัวเอง พึ่งพาตนเองได้"
"คนเปราะบาง มักเป็นคนที่ไม่ค่อยมีเป้าหมายชีวิต จริงรึเปล่า"

"เออ นั่นสินะ ถ้าคนที่มีเป้าหมายชีวิต ก็จะรู้แน่ว่าตัวเองจะไปยังจุดไหน จะขวนขวาย เพียรพยายามทำงาน เพื่อจะไปให้ถึงจุดหมายนั้น"
"อือม ดูท่าทาง คนที่บ้านกู จะไม่เป็นแบบนั้น วันๆหายใจทิ้งไปเรื่อยๆ ไม่คิดต่อสู้ ไม่ทำอะไร"

"หายใจทิ้งเฉยๆงั้นเหรอ"
"หลายครั้งเลยนะ ที่พูดให้กำลังใจ จนเริ่มที่จะเกิดความฮึดสู้ขึ้นมาบ้าง แต่พอเริ่มเจออุปสรรค ก็ชักจะเริ่มถอดใจ ไม่สู้ซะงั้น จนเวลาผ่านไป หลายเดือน จนเป็นปี ก็ไม่สู้เหมือนเดิม"

"น่าห่วงนะ แล้วถ้า คนที่คอบโอบอุ้บ ช่วยเหลือ ไม่อยู่ด้วย หรือ ช่วยอะไรไม่ได้อีกแล้ว คนที่เปราะบาง คงดิ้นตายไปต่อหน้าต่อตาแหงๆ"
"จะทำยังไงได้ล่ะ"

ความเป็นจริงของชีวิต ธรรมชาติย่อมจะคัดเลือกสิ่งมีชีวิตที่เข้มแข็ง ให้อยู่รอดต่อไป ตามวัฏจักรธรรมชาติ

"แล้วจะทำยังไง ให้คนถอดใจสู้ กลายเป็นคนที่สู้"
"ยากเหมือนกันนะ แต่คงต้องอดทนมากพอสมควร ที่จะนำให้เค้าทำ"

วันจันทร์ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2558

การทำอะไรใหม่ๆต้องอาศัยความตั้งใจอย่างสูง..

การทำอะไรใหม่ๆ ต้องอาศัยความตั้งใจอย่างสูง..

คนเรา มีความเคยชิน ติดตัวมาจนเป็นสันดาน.. การเปลี่ยนแปลง เป็นเรื่องยากมากๆ..

เมื่อมีคนชี้ข้อบกพร่อง ข้อเสียของพฤติกรรมเดิมๆ แน่นอน เค้าก็มีความตั้งใจ "เปลี่ยนแปลง"

ตอนแรก ตั้งใจสูง พอเวลาผ่านไป ไม่นาน.. ก็เหมือนเดิม..

ดังนั้น ต้องหาวิธีกระตุ้นเตือนตนเอง ให้ ทำการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมนั้นซะ...

ต้องใช้ความตั้งใจอย่างสูงจริงๆ กับการเปลี่ยนแปลง....

วันอาทิตย์ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2558

บขส.3 ขอนแก่น ในสายตาของคนต่างจังหวัด ผู้ผ่านทาง

บขส.3 ขอนแก่น ในสายตาของคนต่างจังหวัด ผู้ผ่านทาง

ได้ข่าวเกี่ยวกับการประท้วงเรื่องสถานีขนส่งของ จ.ขอนแก่น แห่งใหม่ ที่เรียกว่า บขส.3 ขอนแก่น ซึ่งตั้งห่างจากตัวเมืองขอนแก่น เกือบ 10 กิโลเมตร มีผู้ออกมาประท้วงว่า มันไกลจากตัวเมื่อง ไม่สะดวกสบาย เด็กนักเรียน นีกศึกษาต้องเสียเวลาและค่าใช้จ่ายมากขึ้น แม้ว่าช่วงเวลากลางวันจะมีรถสองแถววิ่งให้บริการรับส่ง แต่ช่วงกลางคืน ต้องนั่งรถแท็กซี่เข้ามาในเมือง ค่ารถ ก็หลักร้อยบาท

มันแพงมากๆ

พูดถึงการจราจรในตัวเมืองขอนแก่น นับวัน รถโคตรติดมากๆ สำหรับเมืองใหญ่เมืองนี้...

ช่วงเวลาเร่งด่วน ก่อนเข้าทำงาน และหลังเลิกงาน การจราจรในเมืองขอนแก่น รถติดมากๆ ถนนเส้นในเมือง ถนนประชาสโมสร รถติดสุดๆ ไหนจะรถของคนขอนแก่น แล้วรถโดยสารที่วิ่งเข้ามารับส่งผู้โดยสาร...

รถติดนานมากๆ ทรมานสุดๆ

จนเมื่อมีสถานีขนส่งแห่งที่สาม ดูตามหลักการแล้ว จะช่วยลดปริมาณรถทัวร์ รถโดยสารที่จะต้องวิ่งเข้ามาในตัวเมืองขอนแก่นได้เหมือนกันนะ

สำหรับคนที่เดินทางมาต่อรถ เพื่อเดินทางไปยังจังหวัดอื่นๆ สำหรับคนที่ไม่ได้นั่งรถสายยาว เพราะซื้อตั๋วรถไม่ได้ รถเต็ม หรือจะมาต่อรถเพื่อไปยังต่างอำเภอในจังหวัดขอนแก่น ถ้าคุณไม่ได้เข้าไปในตัวเมือง บขส.3 มีประโยชน์มากๆ เมื่อลงรถที่นี่ แล้วก็ต่อรถไปยังจุดหมายปลายทาง ไม่ต้องเข้ามาตัวเมืองขอนแก่น มาเจอรถติดอีก

สำหรับคนผ่านทาง ได้ประฌยชน์ แต่สำหรับคนที่ต้องทำงานในขอนแก่น นักเรียนนักศึกษาที่อยู่ต่างอำเภอ หรือต่างจังหวัด นั่งรถเข้ามาเรียนหนังสือในเมืองขอนแก่น ก็ลำบากมากขึ้น ต้องเสียเวลาเดินทางมากกว่าเดิม

แต่จะทำยังไงได้ล่ะ เมื่อเมืองใหญ่ขึ้น ประชากรมากขึ้น และรถส่วนตัวมากขึ้น แต่ถนนหนทาง และพื้นที่จอดรถ ไม่ได้เพิ่มขึ้นมากนัก

คนที่มาประท้วง อยากให้ บขส.1 ยังอยู่ต่อ อยากให้มี บขส.1 และ 2 ก็พอแล้ว ออกมาด่า ต่อต้าน บขส.แห่งใหม่ และก่นด่าว่า สิ้นเปลือง ไม่ดีอย่างนั้นอย่างนี้ แน่นอนว่า เขาเสียผลประโยชน์โดยตรง..

คนที่ต้องทำมาหากินในบริเวณ บขส.1 ไม่ว่าจะมีร้านค้า มีพื้นที่ให้เช่า เมื่อผู้โดยสารต้องไปอยู่ที่ บขส3 ขอนแก่น ...  เดือดร้อนแน่นอน รายได้หายไปเยอะ จะยอมได้ยังไง

แวะไปที่ บขส.1 เดี๋ยวนี้ มีการจัดรถสองแถว ทั้งรถฟรี และรถไม่ฟรี ให้วิ่งไปถึง บขส.3 มีประกาศติดไว้ว่า ย้ายรถไปให้บริการที่ บขส.3 ตั้งแต่วันที่ 8 กันยายน 2558 ที่ผ่านมา

ไปที่ บขส.2 ที่เคยมีคิวรถตู้.. ไม่เหลือสักคัน ย้ายไปที่ บขส.3 หมด เหลือแต่ที่ทำการบริษัทรถทัวร์ ซึ่งยังย้ายไปไม่หมด แต่มีรถตู้ของบริษัททัวร์ รับส่งผู้โดยสารที่มาขึ้นรถที่ บขส.2 ไปส่งที่ บขส.3

ตอนนี้ ก็พยายาม แก้ไขปัญหากันไป การเปลี่ยนแปลงใหม่ กว่าจะเข้าที่เข้าทางได้ ก็ต้องใช้เวลา ... ผ่านไปสักครึ่งปี ผู้ใช้บริการรถทัวร์ รถโดยสาร จะคุ้นกับ บขส.3 เองละ

สำหรับ บขส.3 ในตอนนี้ หลายสิ่งก็ยังไม่ลงตัวมากนัก แต่บริษัทเดินรถต่างๆ ก็พยายามปรับตัว ตั้งจุดขายตั๋ว จุดจอดรถ จัดระบบต่างๆ อีกไม่นาน ผู้โดยสารก็คงจะคุ้นเคยมากขึ้น

สำหรับรถโดยสารบางสาย ก็ยังคงแวะไปรับส่งผู้โดยสารที่ บขส.1 อยู่นะครับ หลังจากที่ เข้า บขส.3 แล้ว ซึ่งมีอยู่ไม่กี่สาย แต่ทำให้การจราจร ปริมาณรถ โล่งกว่าเดิม การจราจรบริเวณถนนประชาสโมรสร หน้า บขส.1 ก็คล่องตัวขึ้นกว่าเดิม แต่ช่วงไฟแดง รถก็ยังติดนานอยู่นะ ... ขนาดย้ายไป บขส.3 รถก็ยังเยอะ ติดนานพอสมควร เพราะปริมาณรถส่วนตัว มันเพิ่มขึ้นตลอด

ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น มันก็ถึงเวลาของมันล่ะ แม้หลายคน อยากให้มี บขส.1 ต่อไป แต่ บขส.3 สร้างขึ้นมาแล้ว เริ่มเดินรถ ย้ายรถ จัดระบบไปที่นั่น ก็ใกล้จะเข้าที่เข้าทางแล้ว คงไม่มีทางที่จะย้ายจาก บขส.3 กลับมาที่ บขส.1 และ 2 ได้ง่ายๆแน่  สิ่งที่ทำได้ คือ ต้องปรับตัวให้เข้ากับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น


นักเรียน นักศึกษาที่ต้องเดินทางด้วยรถโดยสาร ก็ต้องเผื่อเวลาเดินทางให้มากขึ้น หรือเปลี่ยนวิถีชีวิต จากที่ต้องเดินทาง ก็หาหอพักอยู่ซะ หรือจะหาวิธีการที่ทำให้ประหยัดค่าใช้จ่าย และประหยัดเวลาอย่างไร ก็ลองปรึกษาหารือกันดูนะ

การที่เราเป็นคนตัวเล็กๆ ไม่อำนาจ ที่จะไปปรับเปลี่ยนอะไรได้ มีคนที่ล่ารายชื่อให้ใช้ บขส.1 ย้ายกลับมาที่ บขส.1 เหมือนเดิม แล้วจะทำอะไรกันได้ล่ะ

..







วันศุกร์ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2558

ความจริงใจ ใส่หน้ากาก

ความจริงใจ ใส่หน้ากาก

เมื่อคบหาเป็นเพื่อนกัน ติดต่อสื่อสารกัน ทั้งในโลกความจริงและทางช่องทาง facebook ทุกคนก็อยากได้รับความจริงใจด้วยกันทั้งนั้น

ไม่มีใครอยากได้ความเสแสร้ง หลอกลวงว่า จริงใจ

แต่ความจริงใจ หรือ เสแสร้ง ดูไม่ยาก แค่จากคำพูด สิ่งที่สื่อออกมาใน facebook ก็สามารถที่จะดูได้แล้ว

เมื่อฝ่ายหนึ่งเขียน หรือโพสต์อะไรลงไป คนที่เราเรียกว่า เป็นเพื่อน แสดงปฏิกิริยาออกมาอย่างไร

ดูจาก คอมเม้น ที่บอกออกมา

หลายครั้งที่ข้อความคอมเมนต์ อ่านแล้วดูแปลกๆ ดูไม่จริงใจ ดูเหมือนกำลัง เสียดสี ต่อว่า ประชดประชัน

ครั้งเดียว หลายคนอาจะมองว่า ใจเรามีอคติ คิดมากไปรึเปล่า

แต่ถ้า หลายครั้งนี่สิ มันเสแสร้งแน่นอน

แอบอิจฉา ริษยา ไม่พอใจ ไม่อยากให้ใครได้ดีกว่า มีความสุขกว่าตัวเอง

สันดานลึกๆของคนเรานี่ เป็นยังไง ก็เป็นอย่างนั้นล่ะ จะมาเสแสร้ง แกล้งทำ ยังไงก็ต้องหลุดอกมาให้จับได้

โลกใบนี้ ผู้คนใส่หน้ากากกันเยอะจัง ใส่จนหาหนังหน้าแท้ๆ ไม่ค่อยเจอ

เมื่ออยู่ในสังคมที่คนใส่หน้ากาก หลายคนจึงต้องใส่หน้ากากตามไปด้วย

ใส่หน้ากาก จา ถอดหน้ากากออกยาก

เอาเถอะ เมื่อเจอคนใส่หน้ากาก คนเราก็ต้องรู้ว่า หน้าแท้ๆ สันดานแท้ๆของเขาคนนั้น เป็นอย่างไร เพื่อที่จะปรับตัว อยู่กับเขาคนนั้น ติดต่อสื่อสารกับเขาคนนั้น

สังคมเป็นอย่างไร ในเมื่อยังต้องติดต่อสื่อสาร มีผลประโยชน์บางอย่างร่วมกัน ก็ต้องทนอยู่กันต่อไป จนกว่าจะหนีจากกัน แยกย้ายไปอยู่ที่อื่น หรือไม่ได้ติดต่อสื่อสารกันอีก...

ดีที่เรารู้ว่า เขาใส่หน้ากาก เราจะได้ระมัดระวังตัว

ยังไงก็ตาม เราเป็นตัวของเราเอง จริงใจกับตัวเอง....

อย่าใส่หน้ากากกับตัวเองล่ะ

ไม่ได้เล่น facebook เพื่อเอาไปยั่วผู้ชาย ให้ปันใจมาเป็นชู้ของใคร

ไม่ได้เล่น facebook เพื่อเอาไปยั่วผู้ชาย ให้ปันใจมาเป็นชู้ของใคร

เมื่อมีเครื่องมือสื่อสารโซเชียลมีเดีย อย่าง facebook จะโพส เขียน บอกอะไร ก็สะดวก ง่ายมากๆ ถ่ายรูปท่าไหน แต่งภาพยังไงก็ทำได้ไม่ยาก

อยากจะมีเพื่อนมากแค่ไหน อยากจะคุยกับใคร แอบรักใคร ชอบใคร เป็นชู้กับใคร ก็ไม่ยาก

จะติดต่อสื่อสาร ทั้งในที่แจ้งและที่ลับ จะทำยังไงก็ได้

แค่อยู่ที่บ้าน ก็สามารถรู้จักกับเพศตรงข้าม ที่อยู่ต่างจังหวัด ต่างประเทศได้อย่างง่ายๆ

facebook ทำให้รู้จักผู้คนมากมาย และทำให้ หลายคน แอบรัก ตกหลุมรักเพื่อนที่มีใน facebook ได้ง่ายๆ เช่นกัน

หลายครั้งที่ พูดคุย สื่อสารกันผ่านหน้าวอล คุยกันไป ถูกใจ ถูกชะตา หลายเป็นเพื่อนสนิทกัน แต่หลายคน ก็เริ่มล้ำเส้น จนเริ่มมีใจให้กัน แอบรักกัน ...

แม้ว่า อีกฝ่าย จะบอกสถานะอย่างชัดเจนว่า มีแฟนแล้ว แต่งงานแล้ว มีสามี / มีภรรยาแล้ว

แต่เรื่องของ จิตใจ เรื่องของหัวใจ มันห้ามกันไม่ได้ เมื่อเพื่อนที่คุยด้วย เกิดชอบใจ ถูกสเปค หลงรัก แอบรัก และ รัก เพื่อนคนที่คุยด้วย

..บางคนอยากจะได้ "ผู้ชายคนนี้" มาเป็นของตัวเอง

อยากให้เขาคนนั้น รักตัวเอง เหมือนที่เห็นเขาแสดงออกกับสามี ภรรยาของเขาคนนั้น

บางคน ก็อยากที่จะแย่งชิง อยากได้สามีของชาวบ้าน หันมามองดูตัวเอง แหม ทำไม สามีของตัวเอง ไม่เอาใจใส่ ไม่หวานซึ้งเหมือนกับสามีของชาวบ้านบ้างน่ะ

บางครั้ง เห็นโพสแล้ว ก็อิจฉา อยากเอาชนะ อยากจะยั่วให้สามีของชาวบ้านคนนั้น ปันใจมาเป็นชู้ กับตัวเอง

เป็นธรรมดาของหลายคนที่ไม่อยากเห็นใคร ดีกว่าตัวเอง ถ้าคนอื่นๆ ด้อยกว่า ตัวเอง .. เขาจะรู้สึกดี มีความสุข

คนที่ไม่หนักแน่น มั่นคง จิตใจอ่อนไหวง่าย ถ้ามีใครมาพูดคุย แสดงความสนใจ จนกระทั่งหาทางสานสัมพันธ์รัก คนที่ไม่หนักแน่น ก็อาจจะปันใจ แอบเป็นชู้ทางใจ จนถึงขั้น มาพบปะเจอหน้ากัน เป็นชู้ จนถึงมีอะไรกัน มีสัมพันธ์กันอย่างลึกซึ้งก็ได้

แต่คนที่มีจิตใจหนักแน่น มั่นคง รักเดียวใจเดียว ก็พูดออกมาด้วยความหนักแน่นว่า ไม่ได้เล่น facebook เพื่อที่จะยั่วใคร ไม่ได้อยากจะแย่งผัว แย่งเมียของใคร ไม่ได้ต้องการจะให้ใครมาปันใจ มาเป็นชู้ให้...

และไม่อยากจะกินน้ำใต้ศอกของใคร

.. คุณธรรม จริยธรรมของผู้คนยุคนี้ ตกต่ำกว่า ยุคก่อน ศีลธรรม ความถูกต้อง คงจะถูกพับเก็บไว้ในลิ้นชักซะแล้ว อยากจะเอาใคร แย่งผัว แย่งเมียของใคร ก็ทำตามใจเลย จนดูเหมือนจะมั่วไปหมดทุกอย่าง

จะดำเนินชีวิตอย่างไร ทำงานอะไร จะรักใคร คบใคร ก็ขอให้มีสติกันบ้างนะ ไม่งั้น ชีวิตจะยุ่งเหยิงไปทุกๆอย่าง..

อย่ารำคาญเมื่อเห็นคนแชร์รูปหมาแมวถูกทำร้าย ใน facebook

อย่ารำคาญเมื่อเห็นคนแชร์รูปหมา แมวถูกทำร้าย ต้องการความช่วยเหลือใน facebook

อย่ารำคาญเลย เมื่อเห็นเขาแชร์ภาพ เรื่องราวข่าวสารของสุนัข แมว สัตว์เลี้ยงที่ถูกทำร้าย , เจ็บป่วย ต้องการความช่วยเหลือ

ภาพที่ดูน่าสงสาร ภาพความเจ็บปวด เป็นภาพที่ดูสลด หดหู่ ดูย่ำแย่ สำหรับหลายคน เปิด facebook หรือ เวบต่างๆ ก็อยากเจอภาพที่เจริญหูเจริญตา ภาพสวยๆงามๆบ้างนะ

แต่ความเป็นจริง ชีวิตในโลกนี้ ก็มีทั้งชีวิตที่มีความสุข มีทุกข์ มีภาพที่น่าดู และไม่น่าดู

ทุกชีวิตก็อยากที่จะมีความสุข สงบ สมบูรณ์ กันทั้งนั้น

แต่เมื่อสิ่งมีชีวิตหลายชนิด มาอยู่ในโลกใบเดียวกัน วัฏจักรธรรมชาติ ทำให้เกิดการเบียดเบียน แก่งแย่งแข่งขันกัน ทำราย ทำลายกัน โลกที่เคยสงบสุข ก็เลยเกิดเรื่องราวมากมายอย่างนี้

ส่วนหนึ่ง ธรรมชาติกำลังปรับสมดุล เพื่อให้โลกนี้ ดำรงอยู่ต่อไปได้ อะไรที่มากเกินไป ธรรมชาติก็พยายามที่จะปรับให้เข้าสู่สมดุล สิ่งมีชีวิตชนิดใดที่มากเกินไป ธรรมชาติก็มีการควบคุมให้สมดุล

แต่จิตใจคนนี่สิ ที่มีความร้ายกาจ เห็นแก่ตัว เองแต่ประโยชน์ส่วนตัว เอาแต่ใจตัวเอง ธรรมชาติจะปรับอย่างไร ในเมื่อชีวิตที่เห็นแก่ตัวนี้ เที่ยวทำลาย ทำร้ายสิ่งมีชีวิตต่างๆ ให้เจ็บปวด ดับดิ้น สิ้นลงไป

โลกนี้ มีสองด้าน มีด้านลบ ก็มีเานบวก มีคนที่จิตใจชั่วร้าย เห็นแก่ตัว ก็จะมีคนที่มีจิตใจเมตตา กรุณา มีคุณธรรมอยู่ด้วย

สุนัข แมว และสัตว์เลี้ยงทั้งหลาย ในยามที่คนบางคน หมดรัก ไม่พอใจ หงุดหงิด รำคาญใจ เห็นแก่ตัว ฯลฯ ก็จะลงมือทำร้าย หรือไม่สนใจ เอาไปปล่อยทิ้ง ไม่ใส่ใจเลี้ยงดูต่อไปอีก

คนที่จิตใจมีเมตตา ทนไม่ได้ ก็จะหาทางช่วยเหลือเท่าที่ช่วยได้ เมื่อมี facebook เป็นช่องทางการสื่อสาร ก็ใช้ช่องทางนี้ แจ้งข่าว ส่งข่าว เพือให้คนที่สามารถช่วยเหลือได้ ได้เข้ามาช่วยเหลือ....

ในยามที่คนเรา เจ็บป่วย บาดเจ็บ เดือดร้อน ทุกข์ร้อน ก็ต้องการความช่วยเหลือเช่นกัน อยากจะได้น้ำใจจากใครสักคน ช่วยแชร์เรื่องราวม ปัญหาของเขา ออกไปให้คนที่สามารถช่วยเหลือได้ ได้เข้ามาช่วยเหลือ คลายทุกข์ แก้ปัญหาอันนั้นให้

สุนัข และแมว ก็เช่นเดียวกัน พวกเขาก็อยากได้รับความรัก ความเมตตา ความเอาใจใส่ ไม่ต่างจากคนขี้เหม็นทั้งหลายหรอกน่า....

ปัดภาระเรื่องร้อน.. น้ำประปาเหม็น

ปัดภาระเรืองร้อน น้ำประปาเหม็น

คนไทยส่วนใหญ่ เป็นคนที่ไม่ชอบรับผิด.... แต่ถ้าเป็นความชอบนี่ เสนอหน้ากันออกมาเพียบเลย

เรื่องน้ำประปาหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ที่ผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบ ผลิตน้ำประปา แล้ว น้ำประปา เหม็น มีตะกอน ถ้าจะตักอาบ ก็จะเกิดอาการคัน ถ้าเป็นเด็กเล็กๆนี่ ไม่ไหว ทรมานแย่เลย

เมื่อมีคนไปร้องเรียน และสื่อทีวี เดินทางมาทำข่าว และเผยแพร่ออกอากาศไปแล้ว เทปย้อนหลังของรายการ ก็มีคนเอามาแชร์ และคนในหมู่บ้าน ก็เอามาแชร์ต่อ ส่งต่อๆกันไป จนเรื่องราวข่าวสาร รับรู้ถึงนายอำเภอ ตลอดจนผู้ที่มีหน้าที่ผลิตน้ำประปาในหมู่บ้าน

คราวนี้ ก็เริ่มหาเหตุผลที่จะแก้ตัวกันว่า ทำไมน้ำประปา ถึงมีตะกอน ทำไมมันถึงเหม็น หาเหตุผลมาแก้ตัวสารพัด

ในขณะที่ได้อ่าน บางความคิดเห็นใน facebook ที่มีคนแชร์ไป บอกว่า ท่านผู้ใหญ่บ้านที่รับผิดชอบ ควรที่จะทบทวนตัวเองว่า ทำหน้าที่เต็มที่ ดีพอหรือยัง

ทบทวนตัวเองดีกว่า ที่จะไปหาเหตุผล ข้ออ้าง ข้อแก้ตัวที่จะมาอธิบายว่า ทำไม น้ำประปาหมู่บ้าน มันถึงมีปัญหาบ่อยจัง

ทางอำเภอ ส่งข้าราชการระดับสูง มาลงพื้นที่ดูปัญหาน้ำประปาที่เกิดขึ้น ทีแรก ตัวนายอำเภอ จะเดินทางมาเอง แต่ปรากฏว่า เมื่อถึงเวลา ส่งตัวแทนมาดูปัญหาแทน

ทางผู้ใหญ่บ้าน คนที่รับผิดชอบผลิตน้ำประปา ก็บอกว่า ไม่รับหน้าที่อันนี้แล้ว เดี๋ยวจะเกิดปัญหาขึ้นมาอีก คราวนี้ หลายคนก็เริ่มปิดภาระ ไม่อยากที่จะรับหน้าที่ในเรื่องนี้ ...

แต่ในที่สุด ผู้ใหญ่บ้านอีกหมู่นึง ก็ต้องรับผิดชอบดูแลการผลิตน้ำประปาต่อไป

ชาวบ้านหลายคนตั้งข้อสงสัยมานานแล้ว การที่น้ำประปาหมู่บ้าน มีตะกอน น้ำใช้ไม่ค่อยจะได้แบบนี้ ผู้ดูแลการผลิตน้ำประปา ทำอะไรกันอยู่ แต่ละเดือนมาเก็บค่าน้ำประปา ก็จ่ายให้ทุกเดือน แต่น้ำ ใช้ไม่ค่อยจะได้ เงินที่ได้ เอาไปทำอะไร ใช้จ่ายตรงไหน เหมาะสมรึเปล่า

เอาล่ะ เมื่อตอนนี้ เปลี่ยน คนที่ดูแลเรื่องการผลิตน้ำประปาใหม่แล้ว ชาวบ้านหวังว่า น้ำประปา คงจะดีขึ้น ไม่ย่ำแย่เหมือนแต่ก่อน

รายการร้องเรียนปัญหาชาวบ้าน เค้าอาจจะมาตรวจสอบปัญหาที่เคยร้องเรียนไปว่า ได้รับการแก้ไขหรือยัง จะมาเมื่อไหร่ก็ได้

ยังคงก็อย่าทำผักชีโรยหน้าอีกล่ะกัน เพราะเดี๋ยวนี้ สามารถร้องเรียนได้ง่ายๆ หลายช่องทาง

วันพฤหัสบดีที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2558

ชีวิตจริงยิ่งกว่าละคร สู้เพื่อพ่อ .. น้องวาทิต แห่ง มมส.

นั่งดูเรื่องราวของวาทิต นิสิต มมส.คณะศึกษาศาสตร์.. ลูกศิษย์ท่าน ดร.ประสาท เนืองเฉลิม นี่เอง.. วันก่อนเอาคลิปมาแปะในคอมเม้น.. คืนนี้ 10 ก.ย.2558 ได้ มานั่งดู.. แหม ท่าน ดร.ประสาท ได้ ออกในรายการนี้ด้วย นาทีที่ 10.. :) เห็นบรรยากาศการสอน บรรยากาศในห้องบรรยาย การทำงานหารายได้ ไม่ว่าจะเป็นขายกระโปรงนักศึกษา, ช่วยงานที่ร้านอาหาร ทำงานหนัก นอนน้อย และยังมีความสามารถเรื่องหมอลำกลอนอีกด้วย

...วาทิต เป็นคนที่สู้ ขยันมากๆ ดูแล้วไอ้หลานสองคน ถ้าโตขึ้นจะสู้ ขยันแบบนี้มั้ยนะ..วาทิตทำงาน + เรียนไปด้วย.. ความคิด การกระทำ.. คนที่อายุมากกว่าหลายคน ยังทำไม่ได้เหมือนวาทิต แม้ทางบ้านจะมีปัญหา ทุกข์หนัก.. แต่เขายังกลับมาเติมความรัก เติมความอบอุ่น ให้พ่อแม่ สม่ำเสมอ.. ลูกศิษ์คนนี้ของ ดร.ประสาท.. ยอดเยี่ยมจริงๆ..

ชีวิตจริงยิ่งกว่าละคร : สู้เพื่อพ่อ (10 มี.ค. 58): https://www.youtube.com/watch?v=NPlemWlZyvE

ชอบ mv ไม่มีข้อแม้ตั้งแต่เริ่มต้น - ไผ่ พงศธร

ห่างหายจากการดูมิวสิควิดีโอเพลงลูกทุ่งมานานพอสมควร วันนี้ บนรถโดยสาร เปิดเพลงนี้ให้ดูให้ฟัง ดูแล้วชอบ

นั่งดูมิวสิควิดีโอเพลงนี้บนรถ.. เพลงดังมาหลายเดือนแล้ว แต่พึ่งได้ดู ชอบใจคำพูดของนางเอกตอนใกล้จบเพลงน่ะแหละ.. ถ้ามีใครจะมาแทรกกลาง ชีวิตครอบครัว ความรัก ก็คงจูงมือคนรัก แล้วไปบอกใครคนนั้น ชัดๆแบบที่นางเอกพูดนั่นล่ะ ... แต่คงพูดแรงกว่านั้นด้วย..

ไม่มีข้อแม้ตั้งแต่เริ่มต้น - ไผ่ พงศธร 【OFFICIAL MV : https://www.youtube.com/watch?v=i9v7jw8DV-U

ดูแล้ว ฟังเพลงแล้ว มิน่าล่ะ ถึงมีใครๆเอาเพลงนี้ไปร้องคัฟเว่อร์ ลงยูทูปกันเพียบเลย

เอาเวลาเล่นfacebook มาหาความรู้ใส่สมองตัวเองบ้างนะ

เอาเวลาเล่นเฟซ มาหาความรู้ใส่สมองตัวเองบ้างนะ

น่าห่วงว่า เด็ก เยาวชนคนไทยในยุคสมัยนี้ จะมีความรู้ความสามารถลดน้อย ถอยลง...

"เป็นไปได้ยังไง เรียนหนังสือ ก็ต้องมีความรู้เพิ่มขึ้นสิ"
"โอย มันไม่แน่เสมอไปหรอก หลายคนไม่ตั้งใจเรียน ท่องจำหนังสือ เพื่อให้สอบให้ผ่าน พอสอบเสร็จ หมดเทอม ก็เอาความรู้คืนครูไปหมด มีที่สนใจเรียนรู้ สนใจจำ เทียบเป็นเปอร์เซ็นต์แล้ว เหลือน้อยนิดเดียว "
"มองโลกแง่ร้ายเกินไปรึเปล่า"

"คนไทยยุคนี้ สนใจแต่ความบันเทิง ความสนุกส่วนตัว ไม่ค่อยสนใจขวนขวายหาความรู้ใส่สมองซะเลย"
"ก็จริงนะ"
"ถ้าใน facebook มีอะไรใหม่ๆ มีแอพไหนน่าเล่น อะไรกำลังเป็นกระแส จะรู้เร็วมากๆ แต่เรื่องที่จะทำให้มีอาชีพมั่นคง มีความรับผิดชอบต่อครอบครัว จะทำยังไง ชีวิตถึงจะดีขึ้น มีงานที่มั่นคง มีสุขภาพที่ดี สมบูรณ์แข็งแรง อันนี้ ไม่รู้เรื่องเลย และไม่ยอมทำด้วย"

"แบบนี้ คนไทยหลายคน คงสู้คนเวียดนาม คนเขมร คนลาว ที่ใส่ใจขวนขวายหาความรู้ไม่ได้ล่ะสิ"
"ยิ่งจะเปิด AEC แล้ว เรื่องอาชีพการงาน การแข่งขันกับเพื่อนบ้าน คนไทยหลายคนคงจะสู้เพื่อนบ้านไม่ได้แล้วล่ะ"
"ความจริง facebook ก็มีแหล่งหาความรู้สาระเอามาใส่สมองเยอะอยู่นะ อยู่ที่คนใช้จะรู้จักเลือกรับ เลือกเสพ"

- เอาเวลาเล่น เฟซ มาหาความรู้ใส่ตัว พัฒนามันสมองของตัวเองบ้างเถอะ ไม่งั้น ไม่ทันชาวเวียดนาม ลาว เขมร สิงคโปรแน่ๆ

คนกระตือรือร้น กับ คนเฉื่อยชา และเวลาของชีวิต...

เมื่อคนผู้กระตือรือร้น เจออีกคนที่เฉื่อยชา...
.. หลายครั้งที่การแสดงออกของคนเฉื่อย ทำให้คนกระตือรือร้น ไม่พอใจ อึดอัดใจ..
..เมื่อคนเฉื่อย ออกไปซื้อของ คนกระตือรือร้น มักจะหงุดหงิด .. เมื่อไหร่จะกลับมา ทำไมออกไปนานจัง...
... ในวันเวลาเดียวกัน ในสถานที่เดียวกัน...
..แต่เวลาในใจของคน กลับไม่เท่ากัน...

..ชีวิต ต้องมีการปรับตัว...
..

วันพุธที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2558

วิ่งล่าฝัน ความตั้งใจมุ่งมั่นอันงดงามที่ นครพนม : ชีวิตจริงยิ่งกว่าละคร

ดู "ชีวิตจริงยิ่งกว่าละคร : วิ่งล่าฝัน (8 ก.ย. 58)" บน YouTube
วิ่งล่าฝัน..

นำเอาความมุ่งมั่นตั้งใจ มาทำโครงการ "วิ่งล่าฝัน" มองอนาคตเด็ก ที่มีฐานะยากจน อยากให้มีชีวิตที่ดีขึ้นได้.

ธีรวิทย์ พิมราช ผู้ฝึกสอนวิ่งมาราธอน แห่งโรงเรียนบ้านผึ้งวิทยาคม จ.นครพนม กับบทบาทโค้ชฝึกสอนและในฐานะพ่อ

ดูแล้วชอบ.. ครูฝึกสอนเด็กวิ่งมาราธอนที่ นครพนม วิ่งล่าฝัน จนเด็กนักเรียนล่าถ้วยพระราชทาน ให้โรงเรียนบ้านผึ้งวิทยาคม มีถ้วยรางวัลพระราชทาน มากที่สุดในจังหวัดนครพนม

ชีวิตจริงยิ่งกว่าละคร : วิ่งล่าฝัน (8 ก.ย. 58): https://www.youtube.com/watch?v=6Z7_Shgh0gQ

วันอังคารที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2558

ความเป็นพี่น้อง ไม่ได้มีภาระผูกพันไปจนตายนะ

ความเป็นพี่น้อง ไม่ได้มีภาระผูกพันไปจนตายนะ

ความเป็นพี่น้อง ที่เกิดมาจากพ่อแม่เดียวกัน เป็นสายเลือดเดียวกัน ปกติแล้ว พี่น้องจะผูกพันรักใคร่กัน ช่วยเหลือกัน....

แต่ในยุคปัจจุบัน มันไม่ได้เป็นอย่างนั้นเสมอไป พี่น้องที่เกิดมา แก่งแย่งชิงดีกัน เอารัดเอาเปรียบกันก็มีเยอะไป..

ขึ้นอยู่ที่ พ่อแม่ ผู้ปกครองจะอบรมสั่งสอนรึเปล่า โตขึ้น เป็นคนดี หรือเห็นแก่ตัว รึเปล่า...

บางคน บางครอบครัว พ่อแม่ บอกให้พี่น้อง รักและช่วยเหลือกัน บางครอบครัวที่มีลูกหลายคน .. เลี้ยงลูกยังกะเทวดา โอ๋ เอาใจลูกบางคน จนเสียนิสัย กลายเป็นคนเห็นแก่ตัวตั้งแต่เด็กจนโต ถูกตามใจมาตลอด จึงเอาเปรียบพี่น้องคนอื่นๆ

ในยามที่ลูกเทวดา เดือดร้อน พ่อกับแม่ก็บอกให้ลูกคนอื่นๆ คอยช่วยเหลือ
แต่เวลาที่ลูกคนอื่นๆ เดือดร้อนบ้าง พ่อแม่กลับไม่ค่อยใสใจ ใส่ใจเพราะความที่รักลูกไม่เท่ากัน

มีพี่น้องหลายคน ไม่ได้รักใคร่ผูกพันกันเลย พี่บางคน ไม่เคยที่จะทำดีให้น้อง มีแต่จะใช้น้อง เอาเปรียบน้อง สารพัดอย่าง จะพูดดีกับน้องเมื่อหวังความช่วยเหลือหรือผลประโยชน์บางอย่างเท่านั้น แต่ในยามที่คนเป็นน้องทุกข์ยาก ต้องการความช่วยเหลือ พี่ผู้เห็นแก่ตัว ไม่อยากเห็นหน้า ไม่เคยสนใจ มึงจะทุกข์ก็เรื่องของมึง ไม่เกี่ยวกับกู

โชคดีที่ ผู้น้องมีเพื่อน มีมิตรสหายที่มีความห่วงใย ให้กำลังใจคอยช่วยเหลือด้วยใจจริง ผู้น้องจึงผ่านคืนวันอันเลวร้ายมาด้วยตัวเอง และด้วยกำลังใจ และน้ำใจจากเพื่อนมิตรที่คอยช่วยเหลือสนับสนุน...

และแล้ววันหนึ่ง ผู้พี่ก็เกิดความเดือดร้อนเป็นหนี้เป็นสิน ก็ติดต่อมาพูดดีกับน้อง เพื่อที่จะขอความช่วยเหลือจากผู้น้อง...
ฝ่ายผู้น้อง ที่ยอมช่วยเหลือ ยอมให้ ยอมเสียทรัพย์สินมามากมาย จนแทบจะไม่เหลืออะไรให้อีกแล้ว ก็ไม่ยอมอีกล่ะ

"เคยช่วยมามากแล้ว ต่อไปนี้ ก็ควรจะช่วยเหลือตัวเองบ้าง"

นั่นสินะ ...
แม้จะมีสายเลือดเดียวกัน แต่ไม่เคยรักใคร่ เมตตา ช่วยเหลือกันด้วยความจริงใจ ไม่เคยห่วงใย มีแต่ความเห็นแก่ตัว...
แล้วความเป็นสายเลือดเดียวกัน มันจะมีความหมายอะไร ...
สู้เพื่อนมิตรที่ไม่ได้มีสายเลือดเดียวกัน แต่มีความห่วงใย ช่วยเหลือ ให้กำลังใจ มีน้ำใจ และสนับสนุนช่วยเหลือเท่าที่จะสามารถทำได้ แบบนี้ น่าจะเป็นคนที่มีความหมาย มีคุณค่ามากกว่า พี่น้องที่เกิดมาเป็นสายเลือดเดียวกัน แต่ ไม่ได้มีความผูกพันทางจิตใจซะเลย

- เป็นพี่น้อง แต่ถ้าไม่หวังดี รัก ห่วงใยอย่างจริงใจ เท่ากับเพื่อน คนรู้จัก ก็เสียทีที่เป็นพี่น้อง

พลังของโซเชียลมีเดีย กับการกระจายข่าวน้ำประปาเหม็นมีตะกอนของตำบลแห่งหนึ่ง

พลังของโซเชียลมีเดีย กับการกระจายข่าวน้ำประปาเหม็น มีตะกอนของตำบลแห่งหนึ่ง

คนไทย เป็นคนที่มีพวกพ้อง จะแบ่งเป็นพวกใครพวกมัน แม้กระทั่งการเข้ามาทำงานท้องถิ่น เป็น อบต. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ก็ต้องมีคนของตัวเอง มีผู้สนับสนุน มีทีมงานที่ไว้ใจได้ แต่เมื่อเข้ามาทำงาน จะทำงานได้ดีแค่ไหน ทำให้ท้องถิ่นเจริญก้าวหน้าเพียงใด ก็อยู่ที่ฝีมือในการทำงาน

แต่หลายที่ มีเรื่องราวของการทุจริต คดโกง ซึ่งผลงานที่ปรากฏขึ้น มันก็จะฟ้องออกมา

และแล้วก็เกิดข่าว น้ำประปาในหมู่บ้าน มีตะกอน มันเน่าเหม็น น้ำประปา ถ้าตักมาอาบ ก็จะมีอาการคันตามผิวหนังซะอีก เมื่อชาวบ้านไปร้องเรียน คนที่มีหน้าที่รับผิดชอบ ก็จะเริ่มขยับ ดูแลน้ำประปาสักครั้งหนึ่ง น้ำประปาในหมู่บ้าน ก็เริ่มดีได้อยู่ช่วงหนึ่ง เวลาผ่านไปไม่นาน น้ำประปาก็เหม็นอีกแล้ว...

ชาวบ้านหลายคน ไม่อยากมีเรื่อง ในท้องถิ่น มีผู้มีอิทธิพล ชาวบ้านหลายคนรักสงบ ไม่อยากเดือดร้อน อะไรที่ทนได้ก็ทนกันไป บ้านไหนที่รองน้ำฝนใส่ตุ่มไว้ ก็เอาน้ำฝนมาอาบ...
ค่าน้ำประปา ก็จ่ายทุกเดือน แต่คุณภาพน้ำ แย่ คนที่รับผิดชอบ ได้เงินมา เอาเงินไปทำอะไรกัน ทำไมน้ำประปามันแย่ขนาดนี้
คนในหมู่บ้าน บ่นแล้วก็บ่นอีก แต่ไม่มีใครกล้าทำอะไร เพราะไม่อยากยุ่ง ไม่อยากเดือดร้อน

ดูเหมือนว่า การที่น้ำประปา เหม็นเน่า มีตะกอนแบบนี้ คงมีการทุจริตอมเงินไปใช้ แทนที่จะเอาเงินไปใช้ทำน้ำประปา ให้มันดีๆ ไม่เหม็น ไม่มีตะกอน ให้มันใช้ได้เหมือนที่อื่นๆบ้าง

และแล้ว วันหนึ่ง คนในหมู่บ้านคนหนึ่ง ทนไม่ไหว เลย ร้องเรียนเข้าไปในรายการทีวี แล้วรายการทีวี ก็ส่งนักข่าว มาทำข่าว ถ่ายวิดีโอ เอาไปตัดต่อ ออกในรายการทันที

ภาพข่าว รายละเอียดออกในรายการร้องทุกข์ของชาวบ้านในเช้าวันหนึ่ง คนที่ร้องเรียน และได้ออกทีวี บอกเล่าความเดือดร้อน ส่วนหนึ่งก็กังวลเหมือนกันว่า ตัวเองจะเดือดร้อนจากความไม่พอใจของผู้มีอิทธิพลในหมู่บ้าน แต่อีกใจหนึ่ง ก็ทนไม่ไหวแล้วนะ น้ำประปา มันใช้ไม่ได้เลย ไม่ได้ขอใช้ฟรีๆนะ เสียค่าน้ำประปาให้ทุกเดือน

เมื่อ ข่าวการร้องเรียนเรื่องน้ำประปาเหม็น ออกในรายการแล้ว ทางสถานีโทรทัศน์ก็เอาคลิปรายการลงใน ยูทูป เพื่อให้ดูย้อนหลังได้ แล้วคนในหมู่บ้าน ก็ไปเปิดดูคลิปรายการ แล้วตัดเฉพาะช่วงที่พูดถึงปัญหาน้ำประปาในหมู่บ้าน ตัดเป็นคลิปแล้วโพสต์แชร์ลงไปในเฟซบุค แล้วแท็กให้คนในหมู่บ้านได้รู้ว่า มีข่าวเรื่องนี้ออกมาทีวีแล้วนะ

เมื่อคนในหมู่บ้านบางคน เห็น ก็กดถูกใจ และ แชร์ต่อ เพราะเดือดร้อนจากเรื่องนี้จริงๆ

แม้ไม่กล้าแสดงออก ไม่กล้าออกมาร้องเรียนเพราะไม่อยากมีปัญหา แต่การช่วยกันแชร์ ก็แสดงว่า เห็นด้วย อยากให้มีการแก้ไข เมื่อคนในหมู่บ้านที่เล่น facebook เห็นก็ช่วยกันแชร์ต่อๆไป

ปกติแล้วคนในหมู่บ้าน ส่วนใหญ่ เปิดดูแต่ละคร ไม่ค่อยสนใจดูข่าวมากนัก ข่าวร้องเรียนที่ออกในทีวีช่องนั้น หลายคนไม่เคยเปิดดูรายการนั้นเลย เมื่อมีคนแชร์ต่อกันไปเรื่อยๆ และเอาไปพูดปากต่อปาก คนในหมู่บ้านยิ่งตื่นตูมอยู่แล้ว ก็เอามาพูดต่อๆกันไป แชร์ต่อๆไป จนไปถึง ผู้ใหญ่บ้าน คนที่มีหน้าที่รับผิดชอบในเรื่องน้ำประปา...

เมื่อเป็นข่าวขึ้นมา คนที่เกี่ยวข้องก็เริ่มออกมาแก้ตัวกันพลันวันล่ะสิ และแล้ว เรื่องก็ไปถึงหูนายอำเภอ จนวันต่อมา นายอำเภอ ต้องเดินทางมาดูในตำบล ในเกิดปัญหาตรงไหนยังไง ทำไม น้ำประปามันเหม็น...

"เสียชื่ออำเภอไปเลยนะ เป็นข่าวแบบนี้เนี่ย"

ถือว่า เป็นพลังของสื่อโซเชียล ที่แสดงออกร่วมกัน อยากให้มีการแก้ไขปัญหา ....

ในความเป็นจริง ถ้าการร้องเรียนออกทีวี แล้วคนในหมู่บ้านในตำบล ไม่รับรู้ด้วย คนที่รับผิดชอบในการทำน้ำประปา อาจจะแก้ปัญหาแบบผักชีโรยหน้า ทำให้น้ำประปาดีขึ้นอยู่ช่วงหนึ่ง หลังจากนั้น ก็เน่ากว่าเดิม เมื่อเจอกระแสสังคมเล็กๆ เจอแชร์กันในเฟสบุค คนในหมู่บ้าน กดดูคลิปกว่า 300-400 ครั้ง แค่นี้ก็ครึ่งค่อนหมู่บ้านแล้ว...

ถ้าวันหนึ่งข้างหน้า น้ำประปา มันแย่อีก มีคนร้องเรียนขึ้นมา ไม่แน่ว่า อาจจะหนักยิ่งกว่านี้ สื่ออาจจะเล่นหนักกว่านี้ เพราะเดี่ยวนี้มีทีวีหลายช่อง ที่พยายามแข่งกันทำงาน แข่งกันนำเสนอข่าวสาร

ำงานเพื่อคนในท้องถิ่น ก็ควรทำให้เต็มที่ ทุกคนต้องการสิ่งดีๆ ของที่ดีๆทั้งนั้น ยิ่งจ่ายเงินให้แล้ว ไม่ได้ขอฟรีๆนะ
พลังของโซเชียล กับข่าวน้ำประปามีตะกอนที่ออกทีวี สู่การเปลี่ยนแปลง

มีลูกทำไม.. ถ้าไม่พร้อมที่จะเป็นพ่อแม่ที่ดี

มีลูกทำไม ถ้าไม่พร้อมที่จะเป็นพ่อแม่ที่ดี

นั่นสินะ
เวลาที่คนเกิดหน้ามืด มีอารมณ์อยากจะ "เอา" กัน ก็ไม่คิดอะไรทั้งนั้น เพราะสวรรค์อยู่ตรงหน้าแล้ว จะเกิดอะไรตามมา ไม่เคยคิดไว้ก่อน

จนเมื่อ "ท้อง" และ "คลอด" ออกมา มีลูกมีเต้าแล้ว
ก็ย่อมมีความรับผิดชอบมากขึ้น จากคนโสด จากผู้หญิง สาวโสดคนหนึ่ง คุณก็กลายเป็น "แม่" คน เพราะคุณมี "ลูก"

คนเป็น "แม่" นั้น ยิ่งใหญ่ หลายคน อยากเป็น "แม่" แต่ไม่มีโอกาสที่จะมี "ลูก"
ส่วน คนที่เป็น "แม่" หลายคน กลับทำหน้าที่ เป็น "แม่" ที่ดีไม่ได้เลย

ผู้หญิงหลายคน ก็ขยันท้อง ขยันมีลูกซะเหลือเกิน แล้วก็เป็นภาระให้คนในครอบครัวต้องมาช่วยดูแล

"ถ้ามึงไม่พร้อมที่จะเป็นแม่ที่ดีได้ ก็อย่ามีลูกกันนักเลยว่ะ"

ก็เป็นอย่างนี้ล่ะ เลี้ยงลูกไม่เป็น ไม่พร้อมที่จะมีลูก จึงสร้างปัญหาให้คนในครอบครัว ต้องมีรับภาระ ต้องมาเดือดร้อน ทุกข์ร้อนไปด้วย

อะไรกันนักกันหนาวะ...

ความเป็นกลางทางความคิด มันอยู่ตรงจุดไหน

ความเป็นกลาง ทางความคิด มันอยู่ตรงจุดไหน

เวลาที่เกิดเรื่องที่ต้องเลือกข้าง ต้องตัดสินใจเอาข้างใดข้างหนึ่ง เมื่อมีความขัดแย้งเกิดขึ้น มีคนอยู่ข้างใดข้างหนึ่ง หลายเรื่องที่ คนที่เกี่ยวข้องก็แยกไม่ออก ว่า ความถูกต้องเหมาะสมอยู่ที่ตรงไหนกันแน่ แต่เอาที่อารมณ์ ความพอใจของฝ่ายตน

เมื่อใครคนหนึ่ง ที่ถือได้ว่า เป็นที่เคารพนับถือ หลายคนบอกว่า เป็นผู้หลักผู้ใหญ่ แต่เมื่อเขาคนนั้น ต้องตัดสินใจ ที่จะเลือก ที่จะพูดออกมา แม้จะมีเหตุผล หลักการในการคิด การพูดออกมา แต่ก็จะทำให้งฝ่ายที่ไม่พอใจ บอกว่า "คุณไม่เป็นกลาง"

เออ ถ้าอยู่นิ่งเฉย อันนั้น เป็นกลาง แต่พอพูด หรือ แสดงอะไรออกมา ความเป็นกลางจะหายไปทันทีอย่างงั้นหรือ..

เมื่อเกิดเหตุการณ์หนุ่มคนหนึ่ง หน้ามืดไปข่มขืนสาวสวยของอีกหมู่บ้าน เมื่อเรื่องฉาวเป็นคดีความขึ้นมา ต่างฝ่ายต่างพูด เรียกร้องความถูกต้องเหมาะสม หนุ่มน้อยก็บอกว่า ไม่ได้ทำอย่างนั้น ฝ่ายสาวก็บอกว่า ข่มขืนชัดเจน ทนายฝ่ายหนุ่มน้อยก็ออกมาพูดว่า ฝ่ายสาวสมยอม พยายามยั่วยวนหนุ่ม หรือ พยายามข่มขืนไอ้หนุ่ม จนมันทนไม่ไหว ฝ่ายสาวก็บอกว่า ไอ้หนุ่มมันบ้ากาม บ้าเซ็กส์..

เมื่อเกิดความขัดแย้ง และมีคนเข้ามายุ่งเกี่ยว ร่วมพูดร่วมวิจารณ์ ดูเหมือนเรื่องราวจะบานปลาย ต่อเติมเสริมแต่งไปเรื่อยๆ จนไม่รู้ว่า อันไหนเรื่องจริงกันแน่ ฟังไปฟังมา หนุ่มสาวที่อยู่ในเหตุการณ์ก็คงจะงงเหมือนกัน เออ.. ทำไม คนอื่นๆ พูดเหมือนรู้ทุกอย่าง เหมือนอยู่นเหตุการณ์เลยแฮะ...

แต่เมื่อสถานการณ์พาไป และฝ่ายหนึ่ง ไม่อยากเป็นคนผิด อีกฝ่าย ก็อยากให้คนทำผิดได้รับโทษ ยื้อกันไปยื้อกันมา จนคนที่จะมาช่วยตัดสิน จากคนที่เป็นกลาง จะกลายเป็นคนที่ไม่เป็นกลาง จนได้สิ

เปิดอ่านเจอ ข้อคิดธรรมะ จาก tamdee.net ที่ว่า

"ความเป็นกลางต่อทุกเรื่องราว จะเริ่มมีมากขึ้นต่อผู้เพียรสร้างสติอย่างสม่ำเสมอ"

นั่นสินะ คนเราเพียรที่จะสร้างสติอย่างสม่ำเสมอรึเปล่าหนอ

หลายคนถูกอวิชชา อารมณ์ กิเลส ความเชื่อใจ ชักจูงให้เชื่ออย่างนั้น โดยไม่ได้ใช้สติไตร่ตรองถึงความเป็นจริงที่เกิดขึ้น....

"แต่หลายเรื่องมันก็ยากที่จะใช้สติไตร่ตรอง ค้นหาความถูกต้องนะ เรื่องหนุ่มสาว ข่มขืนได้เสียกัน แล้วเกิดเรื่องขึ้นมา ก็มีแค่สองคนนั่นอยู่ในเหตุการณ์ จะเอาสติไปไตร่ตรองได้ยังไง ใครก็ต้องคาดเดาเอาเองว่า ความผิดถูกมันอยู่ตรงไหน"

"เจ้าหน้าที่เค้ามีวิธีสอบสวนสืบสวน หาพยานหลักฐานได้เองล่ะ และก็จะตัดสินไปตามพยานหลักฐานที่ได้ ไม่ใช่ตัดสินไปตามอารมณ์ หรือใครเป็นลูกใคร เป็นพวกของใคร"

ความเป็นกลางทางความคิดนี่ มันหาจุดตรงกลางยากจริงๆ ไม่เหมือนกับระยะทาง จากประตูวัด ถึงประตูทางเข้าหมู่บ้าน เราสามารถที่จะวัดระยะทาง และหาจุดตรงกลางได้ว่า มันอยู่ตรงไหน ...

ไม้บรรทัดความยาว 12 นิ้ว ก็บอกได้ว่า ตรงกลาง มันอยู่ตรงไหน มันแบ่งครึ่งได้ชัดเจน มีตัวเลขให้เห็น ดูแล้วก็ยอมรับได้ทันที ตามหลักฐาน

แต่ความคิด อารมณ์ความรู้สึกของคนเนี่ย มันวัดยาก มองหาตรงกลางยากจริงๆ ไม่เหมือนไม้บรรทัดที่มีมาตรวัด ที่แน่นอน

... "เมื่อมันยุ่งยากนัก ก็ให้มันจัดการเอาเอง เกิดความขัดแย้ง ก็ต้องเคลียร์กันเอาเอง ถ้าพูดดีๆ ยอมความกันไม่ได้ ก็แตกหักกันไปข้างนึงเลยล่ะกัน"

ทุกอย่าง ธรรมชาติ จัดสรรให้อยู่แล้ว...

วันจันทร์ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2558

แอพ Camera 360 กับการพัฒนาใบหน้าของตัวเอง

แอพ camera 360 กับการพัฒนาใบหน้าของตัวเอง

ไม่ว่าคุณสาวๆจะหน้าตาขี้เหรี่ ดำ กระดำกระด่าง ฟันเหยิน ปากเบี้ยว ตาตี่ มีรอยแผลเป็น ตกกระ หรืออะไรที่ดูไม่ค่อยดีบนใบหน้าและร่างกาย แต่วันนี้ คุณก็สวยได้ภายในเวลาไม่นาน เมื่อใช้แอพแต่งภาพ camera 360

ไม่ต้องเสียเงินไปทำศัลยกรรมแต่งหน้า ทำหน้าใหม่ แค่ดาวโหลดแอพมาติดตั้งในโทรศัพท์มือถือ ที่มีระบบปฏิบัติการ แอนดรอยด์ หรือ ไอโอเอส แล้วก็ลองเล่นฟีเจอร์ ฟิลเตอร์ต่างๆ จากภาพธรรมดาๆ แต่งภาพ เติมสี ในเวลาไม่นาน ก็จะได้ภาพสวยสมใจ

เอามาโพสต์อวดชาวโลก อวดเพื่อน อวดแฟน อวดกิ๊ก อวดชู้รัก ได้แล้ว

ง่ายจริงโว้ยยย

ภาพสวยๆ ใครก็อยากเห็น ยิ่งเป็นภาพน่ารักๆ หนุ่มๆก็ตกหลุมรักได้ง่าย สาวคนที่หน้าตาธรรมดาๆ ก็สามารถมีแฟนหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาได้เช่นกันนะคะ

หลายคนขยันแต่งภาพด้วยแอพนี้ พยายามถ่ายรูป หามุมสวยของตัวเอง หลายคนถ่ายรูป เป็นร้อยๆ พันๆภาพ เพื่อที่จะเลือกเอาภาพในมุมที่ดูดีที่สุด ภาพเดียว แล้วจัดการแต่งด้วยแอพนี้ ก่อนโพส สู่สายตาชาวโลก....

เพื่อความสุข ความสบายใจของสาวทั้งหลาย ตกแต่งภาพกันตามสบายเบย...

แต่ก็น่าเศร้า เมื่อได้เห็นได้ดูข่าวที่ หนุ่มสาวที่คบหากันทาง facebook จนความรักสุกงอม เลยนัดเจอตัวเจอหน้ากันจริงๆซะที แต่พอเจอกันแล้ว สาวที่สวยด้วยแอพ ก็ต้องอกหัก ผิดหวัง เพราะหนุ่มหล่อ รับไม่ได้เมื่อเห็นตัวจริง...

อ้าว ก็นึกว่า เป็นนางฟ้า... นี่ ตัวอะไรก็ไม่รู้สิ

แอพ camera 360 นี่ ความจริงเป็นแอพที่มีประโยชน์นะ เอามาลองแต่งภาพหลายแบบ จะรู้ว่า แบบไหนที่หน้าตาของเราจะดูดี ดูน่ารัก

เมือแต่งภาพด้วยแอพแล้ว ควรจะทำหน้าของตัวเองให้สวยเหมือนแอพด้วยก็ดีนะคุณสาวๆ ไม่ใช่แต่งด้วยแอพ แต่หน้าจริง ไม่ยอมพัฒนาซะเลย

แต่งภาพด้วยแอพ เห็นรูปแล้ว ก็ลองแต่งหน้าใช้เครื่องสำอางโทนสีแบบที่แต่งด้วยแอพดูมั่ง หน้าตามึงจดูดีขึ้นมั้ย

ถ้าโครงหน้ามันแย่ง มีตำหนิ จะไปทำศัลยกรรมก็ไป
ในเมื่อแต่งรูปด้วยแอพ หลายคนก็จะติดภาพที่เห็น คิดว่า หนังหน้าสาวๆของคุณจะเป็นอย่างที่เห็น...
.. ก่อนที่คนที่คุณหลงรัก จะได้มาพบเจอตัวจริง คุณสาวๆควรที่จะพัฒนาใบหน้าของตัวเองให้ทันกับรูปที่เห็นในแอพ ด้วยเถอะนะ...

การเป็นนักเขียนบทความออนไลน์กับความรวย

การเป็นนักเขียนบทความออนไลน์ กับความรวย

เปิดดูการหารายได้ออนไลน์ เจอโพส เจอบทความที่บอกว่า ทำอย่างนั้นก็รวย อย่างนี้ก็รวย ... ไปเจอหัวข้อหนึ่งที่ว่า "รวยด้วยการเขียนบทความ"

"เฮ๊ย จริงเหรอ รวยจากบทความ เดดี๋ยวนี้ คนอ่านหนังสือก็น้อยลง อ่านผ่านโซเชียลมีเดีย ยิ่งในยุคนี้ มีการก็อปปี้กันวุ่นวาย ขนาดเพลง ซีดี มันยังก๊อปปันพรึบ แล้วถ้าเป็นบทความ เป็นตัวหนังสือ มันจะเหลือเรอะ ยิ่งง่ายกว่า ซีดีซะอีก"

"เค้าก็ต้องมีวิธีการหาเงินจากการเขียนบทความจนได้ล่ะน่า ไม่งั้น ป่านนี้คงไม่มีใครเขียนบทความออกมาอีกหรอก"

"กูไม่เถียงนะ เรื่องหาเงินจากบทความจนได้ ก็หนังสือพิมพ์ยี่ห้อต่างๆ ต้องมีคนเขียนบทความการเมือง บันเทิง กีฬา แต่นักเขียนเหล่านั้น เป็นคนที่มีชื่อเสียง เขียนประจำ เขียนเป็นอาชีพอยู่แล้วนี่นา แต่พวกเราซึ่งเป็นมือใหม่ โนเนม ไม่มีใครรู้จักมาก่อน จะเขียนบทความให้รวยได้ยังไงล่ะ"

"แต่ก่อน พวกนักเขียนประจำคอลัมภ์ในหนังสือพิมพ์ ก็ไม่มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับเหมือนทุกวันนี้หรอก แต่พวกเค้าสะสมประสบการณ์ ทำงานจนคนอ่านติดตามอ่าน และยอมรับในเนื้อหาที่เขียน ถ้ามึงไม่เริ่มต้นเขียน ไม่มีทิศทาง ไม่มีเป้าหมาย ก็คงไม่รวยสักทีหรอก"

"แล้วมันจะรวยได้ยังไงล่ะ อีกนานแค่ไหน ยุคนี้ไม่เหมือนยุคก่อนนะ"
"ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น การเป็นนักเขียนบทความออนไลน์ มันไม่ได้มีคนเห่อมาทำงานนี้มากมาย จนเป็นกระแสอยากทำกันเหมือนอาชีพอื่นๆ แต่ก็มีเคล็ดลับ วิธีการ แนวทาง ที่ให้คนที่มีความตั้งใจจริง ทำงานเขียนบทความ สร้างงาน สร้างอาชีพได้เช่นกัน"

เรื่องอย่างนี้ ถ้าไม่ได้เห็น ไม่เคยรู้ ก็คงงจะคิดว่า เป็นไปไม่ได้ แต่ก็มีหลายนักเขียน หลายคนทำเวบ ที่สร้างเวบ สร้างบล็อก และขยันเขียนบทความทุกๆวัน ซึ่งเป็นบทความที่หลายคนให้ความสนใจ ติดตามอ่าน หรือ ค้นหาจนมาพบบทความของคุณ เมื่อตั้งใจที่จะเขียน ตั้งใจที่จะนำเสนอข้อมูล จนมีคนอ่าน คนติดตามดูเยอะ หลายคนที่ทำบล็อกอิสระ ก็จะนำโฆษณามาแปะในบล็อก เมื่อมีคนคลิกที่โฆษณา ก็จะกิดรายได้ขึ้นมา ยิ่งถ้าเป็นบทความที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับโฆษณา ก็ยิ่งชัดเจน เข้าแนวทางกันเลย เมื่อคนอ่านสนใจในเรื่องนั้น เข้ามาอ่านบทความ และเห็นโฆษณาในเรื่องเดียวกันนั้น มันก็ไม่ยากที่คนสนใจ จะคลิกเข้าไปดูโฆษณา ทำให้เกิดการซื้อขายขึ้นมา แล้วก็ได้ส่วนแบ่งค่าโฆษณา สำหรับคนที่เขียนบล็อก

ถึงแม้ว่า ส่วนแบ่งค่าโฆษณา ที่นักเขียนได้รับ จะน้อย เพียงไม่กี่เซ็นต์ แต่ถ้าสะสมยอดไปเรื่อยๆ และบทความที่น่าอ่าน มีคนสนใจอ่าน เข้ามาดูกันเยอะ แต่ละเดือนก็จะได้ค่าโฆษณาเป็นกอบเป็นกำล่ะ.

"อยากจะรวยกับการเขียนบทความออนไลน์บ้าง"
"แต่ต้องมีความพยายาม อดทนนะ"

"ถ้ามันสามารถเป็นอาชีพหลักได้ ก็ดีนะสิ จะได้เขียนบทความอย่างเดียว"
"เฮ่ย มันก็เหมือนทุกๆงานน่ะแหละ ที่ต้องทุ่มเททำงาน เพื่อจะได้มีรายได้ที่คุ้มค่า..."
"อยากทำ แต่ก็ไม่รู้จะเริ่มตรงไหนยังไง"

"ก่อนอื่นเลย ต้องมีแรงบันดาลใจซะก่อน มีความคิดสร้างสรรค์และมีสิ่งที่คุณสนใจ"
"อือม"

"อันดับต่อมา มีความตั้งใจจริง กล้าคิด กล้าเขียน กล้าทำ สะสมประสบการณ์ความรู้ข้อมูลให้ลึกซึ้งมากขึ้น ก็จะสามารถเขียนบทความได้อย่างต่อเนื่อง"
"ยากแฮะ"

"ที่สำคัยญ อย่าท้อ อย่าล้มเลิกกลางคัน นั่นคือ ต้องหมั่นเติมแรงบันดาลใจ + มีเป้าหมายที่จะไปให้ถึง"
"ยากๆทังนั้นแฮะ"

"ที่ว่ามา มันคือ จุดตัดสินเลยนะ ว่า คนๆนั้น ควรที่จะร่ำรวย หรือไม่ กับการทำงานชิ้นนั้นๆ"

อ่านแล้ว ได้แนวความคิดแล้ว ก็ลองเก็บเกี่ยว เอาไปบ่มเพาะแรงบันดาลใจดูนะ วิธีการ แนวทางในการเขียนบทความให้รวย มีคนทำหนังสือออกมาขาย อีกทั้งมีคนที่จัดคอร์สอบรมสัมมนา เก็บเงินหลายพัน เพื่อให้เข้าไปฟังและเรียนรู้ แต่แบบนี้ก็คุ้ม เพราะผู้ที่ทำจริง มีประสบการณ์จริงๆ มาถ่ายทอดเรื่องราว ขั้นตอนการทำงานให้ได้ฟัง เพียงแค่เดินตาม คุณก็น่าจะประสบความสำเร็จในการเขียนบทความออนไลน์ได้แล้ววล่ะ

ซุปดอกแค.. ซุปแบบอีสาน จาก.gotoknow

  “ซุปดอกแค”.....ซุปแบบอีสาน

นำดอกแคมาล้างให้สะอาด....แล้วนำไปลวกให้สุกจนดอกแคนิ่ม สำหรับบางคนที่ไม่ชอบรับประทานแบบนิ่มๆ อาจจะลวกแป๊บเดียวก็ไม่ว่ากัน จากนั้นนำดอกแคมาตำให้ละเอียดพอประมาณ  เสร็จแล้วตักไว้ในจาน

 
นำปลาทูทอดมาแกะเอาแต่เนื้อปลา...แยกส่วนไว้ (อาจจะใช้ปลาดุกแทนก็ได้ค่ะ...อร่อยไปอีกแบบ)

ปอกหอมแดง  นำหอมแดงที่ปอกและพริกสดไปคั่วให้หอม (ปริมาณตามชอบ.) จากนั้นตำให้ละเอียด นำเนื้อปลาทูทอดที่แยกไว้มาตำผสมให้เข้ากัน  แล้วพักไว้ในจาน

นำงา มาตำให้ละเอียด จะงาขาว หรืองาดำก็ได้ตามชอบ....ถ้างาขาวสีซุปก็จะสวยหน่อย แต่งาดำสีอาจจะไม่สวย แต่กลิ่นหอมกว่า......ตำงาเสร็จ ตักพักไว้ในจานเช่นเดียวกัน


ที่นี้เราก็จะได้ส่วนผสมทั้งสามส่วน ได้แก่ เนื้อปลาทูตำผสมหอมแดงและพริก  ดอกแคลวกตำละเอียด และงา

 
เริ่มทำป่นปลาทูก่อน โดยการนำปลาทูที่ตำไว้ มาผสมปรุงรสด้วยน้ำปลาร้า  น้ำปลา และ น้ำตาลเล็กน้อย (ใส่น้ำตาลนิดหน่อยให้มีรสกลมกล่อม...เพราะไม่อยากใส่ผงชูรส) หากใครชอบเผ็ดอาจจะตำพริกใส่เพิ่มก็ได้...

 ตำส่วนผสมทั้งหมดเข้าด้วยกัน....

หลังจากชิมจนพอใจแล้ว จึงนำดอกแคที่ตำไว้ลงไปผสมตำให้เข้ากัน...เติมงาลงไป อาจจะหั่นผักชีฝรั่งโรยหน้าเพื่อเพิ่มความหอมของซุป...เท่านี้เราก็จะได้ซุปดอกแคแสนอร่อยไว้ทานกับข้าวเหนียวร้อนๆ หรือจิ้มกับผักสดรับประทาน

ที่มา : https://www.gotoknow.org/posts/439604



 

วันอาทิตย์ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2558

แอพ Makeup plus กับความไร้เดียงสาของคนไทย

แอพเมคอัพพลัส กับความไร้เดียงสาของคนไทย


ช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา คือ สัปดาห์แรกของเดือนกันยายน ในหน้าฟีดข่าวของ facebook เกิดกระแสรูปภาพการแต่งหน้าแบบจีนๆ ออกมาเต็มฟีดข่าวของ facebook ไม่ว่าจะเป็นหน้าขาว ปากแดง แต่งแต้มสีสันเข้มๆ

เพื่อนหลายคน ก็ไม่ยอมตกกระแส โหลดแอพที่ชื่อ เมคอัพพลัส มาแต่งกะเค้าด้วย จึงมีภาพ ผู้ชายหน้าสวย ผู้หญิงหน้าเข้ม เป็นที่สนุกสนานของหลายๆคน แม้แต่ดารา คนดังในเมืองไทย ก็ใช้แอพนี้ แต่งรูปกับเค้าด้วย เลยกลายเป็นกระแส ฟีเวอร์กันไปยกใหญ่


ี่คือ กระแส ของการใช้แอพ เมคอัพพลัส ซึ่งเป็นแอพจากประเทศจีน ซึ่งออกแบบให้มีฟิลเตอร์ในการเพิ่มสีสันของรูป สามารถที่จะเพิ่มหนวดเคราบนใบหน้า แค่ปลายนิ้วสัมผัส แต่งให้รูปออกเป็นหน้าจีนๆ แล้วโพสลงใน facebook ด้วยความแปลกใหม่ และง่ายไม่กี่จิ้ม ก็ฮือฮา และสนุกสนานทันที

เมื่อเล่นแล้ว มันก็สนุกสนาน เพื่อนเห็นก็อยากเล่นมั่ง เลยกลายเป็นกระแสแบบข้ามวัน รีบเข้า play store และ app store โหลดมาใช้ทันที เดี๋ยวจะตกเทรนด์

แต่แล้ว ผู้เชี่ยวชาญเทคโนโลยี ได้ออกมาเตือนว่า แอพตัวนี้ ไม่น่าไว้วางใจ เพราะตัวแอพมีการส่งภาพก่อนแต่ง ของผู้ใช้งาน กลับไปยังเซิฟเวอร์ของประเทศจีน

เมื่อโหลดแอพมาใช้ ข้อกำหนดในการใช้แอพ ก็เป็นภาษาจีนซะอีก คนไทยรู้ภาษาจีนซะที่ไหนกัน ถ้าไม่ได้เรียน ก็อ่านไม่ออกหรอก คิดว่า ก็คงเหมือนแอพทั่วๆไป ก็กด next กด ok ผ่านๆไป แล้วเล่นได้เลย ไม่ค่อยจะได้อ่านหรอกว่า ข้อกำหนดในการใช้งาน เป้นยังไง มีเนื้อหาสาระอย่างไรบ้าง

เมื่อผู้เชี่ยวชาญออกมาเตือนว่า แอพนี้จะส่งภาพก่อนแต่งกลับไปที่จีน แบบนี้ไม่น่าไว้วางใจซะแล้ว จะเอารูปไปทำอะไร
จะเอาไปปรับปรุงแอพ หรือ เอาไปล้วงข้อมูลกันแน่ล่ะ เดี๋ยวนี้มีกลโกง วิธีที่จะหาผลประโยช์ทางออนไลน์มากมายหลายแบบ พริบตาเดียว หลายคนต้องสูญเสียเงินมากมาย เพราะความไม่ระมัดระวังในเรื่องพวกนี้ล่ะ

จะว่าไปแล้ว คนไทยนี่ ชอบความสนุก จนลืมระมัดระวังความปลอดภัย ข่าวสารข้อมูลก็มีให้อ่าน ให้ติดตาม แต่ไม่สนใจติดตาม เร่องแอพนี้ ก็มีข่าว มีคนออกมาเตือนว่า ไม่น่าไว้วางใจนะ หลายคนก็เริ่มรู้ และถอดแอพนี้ออกจากโทรศัพท์ แทปเลต และสมาร์ทโฟนกันบ้างแล้ว แต่หลายคน ก็ไม่สนใจข่าวสาร ไม่รับรู้อะไร กำลังสนุกสนานกับการเล่นแอพนี้ แล้วเพื่อนที่พึ่งเห็นก็กำลังจะไปโหลดมาแต่งภาพของตัวเองบ้างล่ะ

มีคนบอกว่า นี่เป็นความไร้เดียงสาของคนไทยจริงๆนะ "เฮ๊ย พูดแรงเกินไปรึเปล่าวะเนี่ย"
"พูดตรงๆมากกว่า ถ้าอะไรที่มันสนุก ก็พร้อมที่จะเล่นเต็มที่ เกาะกระแสเต็มที่ ยังไงก็ไม่ยอมตกกระแสนะ เพราะแบบนี้ล่ะคือช่องโหว่ของความปลอดภัยบนโลกออนไลน์ของคนไทย ช่างไร้เดียงสาเสียจริงๆ"

อืม ถ้าคนไทยเป็นคนที่ไฝ่หาความรู้ ไม่รักสนุกแบบไร้เดียงสาแบบนี้ คงไม่พลาดท่าเสียรู้อะไรง่ายๆแบบนี้

มีคนบอกว่าถ้าอยากจะสร้างกระแสอะไรสักอย่างให้เกิดขึ้นในหมู่คนไทยที่เล่น facebook ทำอะไรก็ได้ที่สนุกสนาน ฮือฮา แล้วแอบสอดแทรกบางอย่างลงไป ก็อาจจะได้ผลประโยชน์จากความไม่ใส่ใจ ความไร้เดียงสาได้นะ

+++

ระวัง แอพ เมคอัพพลัส เสี่ยงถูกล้วงข้อมูล

-กระแสแต่งหน้าแบบจีนๆ เต็มฟีด ต้นสัปดาห์ หน้าขาวปากแดง แต่งแต้มสีสันเข้มๆ เป็นผู้ชายหน้าสวย ผู้หญิง หน้าเข้ม
-เป็นแอพมาจากประเทศจีน ออกแบบให้มีฟิลเตอร์เพิ่มสีสัน
-เพิ่มหนวดเคราบนใบหน้า แค่ปลายนิ้วสัมผัส
-เป็นที่นิยมอย่างเร็วมาก ดารา ดนอื่นๆพากันโหลดมาตกแต่งกันอย่างสนุกสนาน

-ผู้เชี่ยวชาญ แอพนี้ไม่ว่าไว้วางใจ
-ตัวแอพมีการส่งภาพของผู้ใช้งาน ภาพก่อนแต่ง กลับไปยังเซิฟเวอร์จีน
-ข้อกำหนดในการใช้แอพนี้ เป็นภาษาจีน ผู้พัฒนาบอกว่าจะส่งภาพก่อนแต่งกลับไปที่จีน แต่ไม่รู้วัตถุประสงค์
-จะเอาไปปรับปรุงแอพ หรือล้วงข้อมูลกันแน่น

หาวิธีปลดหนี้นอกระบบให้ได้ผล

หาวิธีปลดหนี้นอกระบบให้ได้ผล


ำไม คนที่มีเงินเดือน มีรายรับสูงมากกว่าเราตังหลายสิบเท่า กลับเป็นหนี้ มีเงินไม่พอใช้
น่าแปลกใจมากๆ คนหนึ่งที่รู้จัก เงินเดือนตั้ง 50,000 บาท เสือกมีเงินไม่ค่อยจะพอใช้
ไอ้เรา หาเช้ากินค่ำ เดือนนึง จะหาให้ได้สักหมื่น ก็ยังยาก เงินเก็บก็ไม่ค่อยจะมี แต่ก็ไม่ได้เป็นหนี้อะไรมากมายนัก

คนเรา ยิ่งมีรายรับมาก ก็ประสาท จะใช้จ่ายเงินเกินตัว เพราะเห็นเพื่อนเห็นคนในสังคมเดียวกัน มังมี มีทรัพย์สินหลายอย่าง ก็อยากจะได้ เพื่อจะได้เชิดหน้าชูคอได้มั่ง
พอใช้จ่ายเกินตัว มีหนี้ ก็หาเงินมาโปะหนี้ ต้องหากู้เงิน ทั้งในระบบ และนอกระบบ

กู้ไปกู้มาจนหมุนเงินไม่ทัน เดือดร้อนสิครับคราวนี้ ยิ่งแก้ก็ยิ่งยุ่ง ยิ่งกู้ยิ่งหมุน เงินก็ก้อนโตขึ้นเรื่อยๆ

เมื่อถึงเวลาจ่ายหนี้ ถูกทวงหนี้ หลายคน คิดหาทางออกง่ายๆ ก็ไปกู้หนี้ใหม่ มาโปะหนี้เก่า แล้วหนี้สินก็ก้อนโตขึ้นเรื่อยๆ

มีเพื่อนหลายคน พยายามหาวิธีปลดหนี้ให้ได้ผล ค้นข้อมูลในเนต อ่านวิธีปลดหนี้ ที่มีหลายเวบ ให้คำแนะนำมามากมาย แต่เพื่อนๆก็ทำตามไม่ได้ เพราะไม่มีวินัยในการใช้จ่าย

วิธีที่จะปลดหนี้ นอกจากวิธีการต่างๆในการหาเงินมาแล้ว วิธีการใช้ชีวิต การใช้เงินนี่สิ สำคัญ

ถ้าคุณลดการใช้จ่าย ลดสิ่งที่ไม่จำเป็นต้องจ่าย เมื่อรายจ่ายลดลง ก็ค่อยๆที่จะปลดหนี้ได้บ้างแล้ว
เอาแค่ ไม่สร้างหนี้ให้มันก้อนโตเพิ่มขึ้น ก็ดีแล้ว....

วิธีง่ายๆในการปลดหนี้ ถ้าคุณตั้งใจจะปลดหนี้ ตามคำแนะนำต่างๆแล้ว คุณก็ต้องทำให้ได้ หาวิธีที่จะทำให้ได้ อย่าใจอ่อนให้กับความสบาย ความประมาท อย่าใจอ่อนให้กับความอยาก อย่าใจอ่อนให้กับกิเลสที่จะล่อให้คุณสร้างหนี้ให้ก้อนโตเพิ่มขึ้นอีก

หยิบคำแนะนำบางส่วน จากเวบไซต์นี้ millionaire-academy.com เอามาให้อ่านดู เข้าไปหาอ่านบทความฉบับเต็มที่เวบไซต์ที่ว่านี้เองนะครับ

-ใช้จ่ายเกินตัว หมุนเงินไม่ทัน ต้องกู้เงิน นอก + ในระบบ
-คิดว่า ธนาคารพาณิชย์ของเอกชน ปล่อยกู้ยาก

-ลองคุยกับเจ้าหนี้ดู ยื่นระยะเวลาออกไป แบ่งจ่ายกี่งวดก็วากันไป นานแต่ได้เงิน
-คุยกับ ธ.ออมสิน ปรึกษา จะโอนหนี้มาชำระที่ออมสินที่เดียวได้มั้ย
-ให้ ออมสินเป็นฝ่ายประนอมหนี้ ดอกเบี้ยถูก ชำระผ่อนระยะยาว
-ออมสิน ถ้ากู้ไปใช้หนี้มากกว่า หนึ่งแสน ต้องใช้สินทรัพย์ ที่ดิน บ้าน หรือ ของมีค่าที่ตีเป็นเงินสด
-ถ้าไม่เกิน 30000 ใช้บุคคลมีเงินเดือนค้ำประกัน
-ถ้ากู้เงินโดยเอาที่ดินไปค้ำประกัน ไปคุยกับบ ธอส ธกส ดู

-สินเชื่อส่วนบุคคล แก้ที่คนปล่อยกู้นอกระบบ จะใช้แนวทางข่มขู่เรา

เอาเงินไปฝากธนาคารทุกๆวัน ให้มีเงินเข้าออกทุกๆวัน สัก 6 เดือน หรือ 1 ปี แล้วขอโอดี ดอกเบี้ยจะถูกกว่านอกระบบ

-หนี้นอกระบบที่สูงจนล้นพ้นตัว ต้องหาทางเจรจา หาผู้หลักผู้ใหญ่ไปเจรจา

ถ้าโดนเจ้าหนี้โกง จ่ายเงินแล้วแต่มาบอกว่ายังไม่จ่าย ควรถ่ายคลิป หรือ ถ่ายรูปตอนจ่ายเงินให้เจ้าหนี้นอกระบบ เพื่อเป็นพยาน
-อย่าหนีหนี้ เพราะจะทำให้คนที่อยู่ข้างหลังคุณ ลำบากนะครับ พ่อแม่พี่น้อง

ที่มา millionaire-academy.com

วางแผน กำจัดคนที่เกลียดใน facebook

วางแผน กำจัดคนที่เกลียดใน facebook

ในโลกออนไลน์เกิดกรณีคนที่ไม่ชอบกัน เกลียดกัน วางแผนที่จะกำจัดกันทาง facebook ทั้งๆที่ต่อหน้าต่อตา พูดดีต่อกัน เป็นเพื่อนที่ดีต่อกันเหลือเกิน แต่เบื้องหลัง ใครเลยจะรู้ว่า เค้าคิดอะไร เหมือนอย่างกรณีที่ยกมานี้ นาย ก วางแผนกำจัด นาย ข โดย แสร้งหวังดีกับนาย ข แล้วให้ นาย ก ไปร่วมมือกับ นาย ค เพื่อกำจัดนาย ข โดยมาในมาดเพื่อนที่หวังดี

อธิบายอย่างย่อๆกับกลยุทธ กำจัดคนที่เกลียดทาง facebook ของ นาย ก
ก เกลียด ข

ก รู้ว่า ค กับ ข ไม่ถูกกัน เกลียดกัน
แต่ ข และ ค เป็นเพื่อน พูดดีกับ ก

ก วางแผนกำจัด ข

ก ปล่อยข้อความ ปล่อยข่าวให้ ข ว่า ค ไม่ดียังไง ให้ระวัง
ข เอาไปแชร์ ส่งต่อ ไลน์ เฟส ให้เพื่อนๆ ระวัง ค

เพื่อนของ ค เอามาบอก ค
ค รู้ ก็ด่า ข

ก็มาบอกว่า ข ปล่อยข้อมูลทำลาย
ข ปล่อยข้อมูลมากๆ จนหลักฐานมัดตัว
ค ฟ้อง ข ด้วย พรบ คอมพิวเตอร์ เอาผิด ข

ข อ้างว่า ข้อมูล มาจาก ก
ก บอกว่า ข ใส่ร้าย ก และร่วมมือเป็นพยานให้ ค เอาผิด ข

หลักฐานมัดแน่น ก ลบข้อมูลปลอม ตั้งนานแล้ว ทุกคนก็เชื่อที่ ข โพส
ข มีความผิด

... ถ้าเรามีเพื่อนแบบนาย ก ที่แอบ ยุยง คอยเสี้ยมให้เพื่อนแตกแยกกัน มีเพื่อนแบบนี้ ก็ต้องระมัดระวังให้ดี
เมื่อ ข ถูกกำจัดไปแล้ว นาย ค จะเป็นคนต่อไปรึเปล่า ไม่รู้ว่า ก เกลียด ค ด้วยรึไม่

แม้นาย ข จะมีความผิด แต่ความแค้นได้ถูกสะสมในตัว ข แล้ว
สักวัน ข จะหาโอกาส เอาคืน ก

แต่ กฏแห่งกรรม มีจริงนะ เคยทำอะไรกับใครไว้
สักวัน ก จะโดนยิ่งกว่านั้น

วันเสาร์ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2558

พี่น้องที่เห็นคุณค่ากัน เมื่อยามตัวเองเดือดร้อน..

พี่น้องที่เห็นคุณค่ากัน เมื่อยามตัวเองเดือดร้อน


เมือเด็กๆ พ่อแม่เลี้ยงแบบตามใจทุกอย่าง กลายเป็นคนเอาแต่ใจตัวเอง และเห็นแก่ตัว พอโตขึ้น จึงสร้างปัญหาแบบตั้งใจ

เมื่อเอาแต่ใจตัวเอง ไม่เห็นหัวคนอื่น ไม่ชอบทำงานหนักแต่รักความสบาย จึงเอารัดเอาเปรียบพี่น้องร่วมสายเลือด
ยามที่ต้องการผลประโยชน์ จะทำเป็นพูดดี ด้วยความรักความห่วงใย แต่ลับหลัง เอาแต่ด่า นินทาว่าร้าย ไม่เคยรัก เห็นเหมือนขี้กองหนึ่ง

ใครที่มีพี่น้องร่วมสายเลือดแบบนี้ คงจะไปโทษคนนั้นคนนี้ไม่ได้แล้วล่ะ ในเมื่อเค้าเป็นคนอย่างนี้แล้ว คงยากจะไปเปลี่ยนแปลงอะไรได้อีกแล้ว

เมื่อพี่คนโตของครอบครัวหนึ่ง ที่พยายามเอารัดเอาเปรียบพี่น้องทุกอย่าง จนเมื่อบิดาเสียชีวิต มารดาได้ตัดสินใจแบ่งมรดกให้ทุกๆคน เพราะเติบโตบรรลุนิติภาวะแล้ว
เมื่อพี่คนโต ได้ทรัพย์สินมา ก็กิน ใช้ เทียว แสวงหาความสุขสำราญใส่ตัว เข้าบ่อนเล่นการพนัน และยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด จนในที่สุด ทรัพย์สินที่มีมากมาย ก็มลายหายไป

ด้วยความที่เป็นลูกคนที่แม่รัก เมื่อเดือดร้อน จึงมาอ้อนแม่ ขอเงิน เอาทรัพย์สมบัติที่มีในบ้าน เอาไปขายบ้าง เอาไปใช้บ้าง ทำให้พี่น้องที่อยู่กับแม่ เดือดร้อน ไม่พอใจ จะเอาอะไรกับแม่นักหนา เอาไปแค่นี้ยังไม่พออีกเหรอ

แล้วก็เป็นอย่างนี้มาต่อเนื่องยาวนาน ลูกสาวคนหนึ่ง จึงต้องคัดค้าน เตือนสติแม่ ก่อนที่แม่จะไม่เหลืออะไรเลย เท่าที่มีชีวิตกินอยู่กันอยู่นี่ ก็อดอยาก ลำบากกันมากพอสมควรแล้ว

ใครที่มีพี่น้องแบบนี้ ต้องทำใจ หนักแน่น ไม่งั้น ลูกคนโตล้างผลาญไปหมดทุดอย่าง

คำแม่สอนลูก โดยเฉพาะลูกผู้หญิง (คุณแม่ละมุน ใสงาม)

คำแม่สอนลูกโดยเฉพาะลูกผู้หญิง..
1.ไปบ้านใครต้องไหว้ผู้ใหญ่ โดยเฉพาะพ่อ-แม่ก่อน ค่อยไปคุยกับเพื่อน
2.ไปบ้านใครแล้ว เค้ากำลังทานข้าว หรือกำลังเตรียมสำรับกับข้าว ให้รีบกลับบ้าน อย่าอยู่รอให้เค้าเรียกทานข้าวด้วย
3.ถ้าเห็นที่นั่ง ที่นอน หรือเสื่อปู วางอยู่ให้เดินเลี่ยง อย่าเดินย่ำ หรือเดินข้ามสิ่งของเหล่านั้น

4.เป็นผู้หญิงอย่านั่งไขว่ห้าง
5.โรงเรียนเลิกต้องกลับบ้านตรงเวลา แม่จะยืนรอที่หน้าบ้านเป็นประจำ ต้องรีบกลับบ้าน
6.ห้ามเคี้ยวอาหารเสียงดัง หรือคนกับข้าวให้ตักออกมาใส่จานของตัวเองเลย
7.เป็นผู้หญิงห้ามค้างคืนบ้านคนอื่นเด็ดขาด
8.ไม่ให้นำของคนอื่นเข้ามาในบ้านเด็ดขาด ถ้าเก็บได้แม่จะเอาไปโยนทิ้ง หรือให้เอาไปวางไว้ที่เดิม
9.ถ้าแขกมาบ้าน ให้ยกมือไหว้แล้วถามธุระและชื่อไว้โดยต้องหาน้ำมาวางให้แขกดื่มเรียบร้อย
10.เมื่อเวลาไปบ้านญาติกับแม่ แม่จะสอนให้รีบตื่นเช้าเข้าครัวทำงาน
11.ลูกผู้หญิง แม่ห้ามสูบบุหรี่ ดื่มเหล้า เล่นการพนัน แม่จะถือว่าเป็นผู้หญิงไม่ดี
12.แม่จะห้ามนุ่งกางเกงขาสั้น ห้ามใส่เสื้อรัดรูปเด็ดขาด
13.แม่ห้ามไปบ้านเพื่อนแต่ถ้าเพื่อนจะมาบ้านได้แม่ไม่ว่า

ที่มา อนุสรณ์งานฌาปนกิจ คุณแม่ละมุน ใสงาม

วันศุกร์ที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2558

น้ำเอยน้ำใจ ในวันที่คนแล้งน้ำใจ

น้ำเอยน้ำใจ ในวันที่คนแล้งน้ำใจ...

ค้นหาเพลงเก่าเพลงนี้มาฟังอีกครั้ง
เพลงน้ำเอยน้ำใจ ศิลปิน อัสนี วสันต์ โชติกุล.. ฟังแล้ว สะท้อนความจริงหลายอย่าง แม้ว่าเพลงนี้ จะมีอายุนานกว่า 30ปีแล้วก็ตาม.. แต่เนื้อหาที่เป็นอมตะ ฟังทีไร สะกิดใจทุกที

"เพียงแค่ความเข้าใจ ก็แบ่งกันไว้มั่ง เป็นเช่นดังของขวัญให้กัน โลกอันโสภา
ก็ใช่ว่าใครไม่มีจิตใจ ก็ใช่ว่าใครอยากไร้คุณค่า ก็ใช่ว่าใครอยากเสียน้ำตา นะเออ
( * )
** น้ำ เอย น้ำใจ ของ ใครให้มา เหมือนการพึ่งพา ภาษาความเข้าใจ"

น้ำเอยน้ำใจ: https://www.youtube.com/watch?v=qqdifTT5vWw

วันพฤหัสบดีที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2558

เรื่องน่าด่าของนักเรียนนักศึกษา ... น่าด่าจริงเหรอ

เรื่องน่าด่าของนักเรียน นักศึกษา .. น่าด่าจริงเหรอ...

ข่าวฉาว คลิปหลุด กรณีรับน้องของคณะวิทยาการจัดการ.. ม.ราชภัฏสวนสุนันทา กับกิจกรรมสันทนาการ กล้วยทับ ทำท่าทาง ร่วมเพศ แสดงอารมณ์เต็มที่ แม้จะใส่เสื้อผ้า แต่ท่าทาง การแสดงออก มันชัดอ่ะ พอมีคลิปหลุดออกมา เป็นกระแสด่าไปทั่ว อธิการบดี ครู ในสถาบันต้องออกมาขอโทษสังคม ส่วนนักศึกษาที่เห็นในคลิป ออกมาแก้ตัวยอมรับผิด พร้อมคำพูด "รู้เท่าไม่ถึงการณ์"

กระแสสังคม ส่วนหนึ่ง ด่าทอ กิจกรรมรับน้องสมควรเลิกได้แล้ว และอีกหลายความคิดเห็น...

ต้องยอมรับความจริงว่า เดี๋ยวนี้เด็กนักเรียน นักศึกษา นั้น .. มันยิงกว่า คลิปกล้วยทับ... ความคิด ความรู้สึกในเรื่องเพศสัมพันธ์ มันยิ่งกว่าที่เห็นที่รับรู้กัน... เพียงแค่ไม่มีใครถ่ายคลิปเอามาแฉ เผยแพร่ ไม่มีคนด่ามากมายขนาดนี้...

หนัง ละคร ทีวี เป็นตัวอย่างที่ทำให้เด็ก เอาตามอย่าง ดูละครทุกวัน เห็นจนเป็นเรื่องปกติ ถ้ามีโอกาส พวกเด็กๆ ก็จะคิด จะพูดเรื่องแบบนี้ เรื่องเพศสัมพันธ์ เพราะอารมณ์ ความอยาก กิเลส ความใคร่ ตามธรรมชาติ...

.. แต่สื่อที่เด็กดูมาตลอด มันปลุกความคิด ความเงี่ยนได้มากกว่า เด็กสมัยก่อน...

สิ่งที่เห็นในคลิปต่างๆ วันนี้ พวกคุณก่นด่าไปเถอะ เพราะต่อไปก็จะมีคลิปหลุดแบบนี้อีก บางคนมองต่างมุม แค่ทำคลิปถ่ายคลิปแบบนี้ คนด่ากันทั้งประเทศ... แต่อีกด้านหนึ่ง มันดังน่ะสิ คนรู้จักในเวลาไม่นาน...

ต่อไปเราคงได้ด่ากันแบบนี้มากขึ้น...
..เด็กๆคงจะมีคลิปหลุดที่ แรงกว่านี้ มากขึ้นไปอีก..เฮ้อ..

สาธุ เมืองไทย !!

วันคล้ายวันเกิดกับความจริงที่อย่าหลงลืม

วันคล้ายวันเกิดกับความจริงที่อย่าหลงลืม

วันคล้ายวันเกิด หลายคนต้องมีงานวันเกิด มีเค้กวันเกิด มีของขวัญวันเกิด และเพื่อนพ้อง เพื่อนฝูง คนรู้จัก จะต้องอวยพรวันเกิด ถ้าใครไม่สนใจ ไม่ให้ ไม่พูด ไม่อวยพร ก็ถูกมองได้ว่า ไม่จริงใจ อยู่คนละฝ่าย คิดร้าย ไม่เป็นมิตร

ความจริงแล้ว วันคล้ายวันเกิด ลูกทุกคนน่าจะนึกถึง พ่อแม่ โดยเฉพาะแม่ ที่ต้องเจ็บหนัก ในการคลอดลูก และมีวันเกิด วันนี้ขึ้นมา

แต่เหล่าลูกอกตัญญูทั้งหลาย มักจะคิดถึงเพื่อน คิดถึงแฟนมากกว่า พ่อแม่ เอาไว้ทีหลัง หรือไม่คิดถึงเลย

ธรรมเนียม วิธีคิดของคนไทยสมัยนี้ มักจะเห่อ เอาตามอย่างชาติตะวันตก ทำแบบเค้าแล้ว มันดูทันสมัย ดูดีไปหมด จนลืมวัฒนธรรมที่ดีๆของไทย ที่อยู่กันมายาวนานและสงบร่มเย็น... แต่กลับไปเห่อตามแบบฝรั่ง ที่มีแต่ร้อนรุ่ม ฟุ้งเฟ้อ ฟุ่มเฟือยและ สอนให้คน "ไม่รู้จักพอ"

ไม่รู้จักพอ จะได้ บริโภคนิยม มากขึ้นมากขึ้น จะได้ขายสินค้าและบริการ กอบโกยเงินให้มากขึ้นๆๆๆ

วันคล้ายวันเกิดก็เช่นกัน สมัยก่อน ไม่เห็นจะต้องมีใครมาอวยพรวันเกิด ไม่เห็นจะต้องมีเค้กวันเกิด ไม่เห็นจะต้องมาแหกปากร้องเพลง แฮปปี้เบิร์ดเดย์ทูยู ก็ยังผ่านวันเกิดมาได้ โดยไม่เกิดเรื่องขึ่นข้องหมองใจกันเลย

เราไม่เป็นตัวของตัวเองรึเปล่า ลืมราก ความเป็นไทยรึเปล่า อยากเป็นฝรั่งมากเกินไปรึเปล่า

ครบรอบวันคล้ายวันเกิด หลายคนดีใจ จัดงานฉลองวันเกิด ทั้งที่ความจริง วันเกิด วันที่มีอายุเพิ่มอีก 1 ปี ก็แสดงว่า เราแก่มากขึ้น ใกล้วันตายมากขึ้น

คนที่เป็นมะเร็ง หรือป่วยเป็นโรคร้ายแรง เมื่อวินิจฉัยโรคแล้ว บอกว่า จะมีชีวิตเหลืออยู่อีก กี่เดือนกี่วัน คนป่วยต้องเตรียมใจ ทำใจ เมื่อแต่ละวันผ่านไป แล้วเหลืออีกไม่กี่วันที่จะมีชีวิตอยู่ ไม่เห็นมีใครไปจัดงานฉลองที่เหลืออายุน้อยลงทุกวันให้เห็นซะที

คนเราคงมองเห็นแต่ความสนุกสนาน จนหลงลืมความจริงหลายอย่างล่ะ ถ้ามีสติกันสักนิด คงจะรู้ว่า มีอะไรที่สมควรทำมากมาย....

ทำตัวให้มีคุณค่า ใช้ชีวิตให้คุ้มนะ...